วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2564

ชีวิตดั่งฤดูกาล

 

ชีวิตดั่งฤดูกาล

เช้าวันที่ 1 มกราคม 2021 อากาศเย็น ๆ สบาย ๆ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงมอบวันเวลาอีกหนึ่งวันของปีใหม่ ขอบคุณครอบครัวที่ยังมีไออุ่นแห่งความห่วงใยอาทรต่อกันเสมอมา ขอบคุณเพื่อนฝูงที่ยังคงคิดถึงกัน ส่งคำอวยชัยให้พรผ่านทางสื่อออนไลน์ ในห้วงยามแห่งความหวาดระแวงโรคโควิด-19 ที่กำลังกระหน่ำถล่มเมืองอยู่ในขณะนี้ สิ่งเหล่านี้ ได้ทำให้เกิดความรักขึ้นอีกหลายเท่าตัว เริ่มด้วยรักตัวเอง ที่ต้องทำให้ตัวเองให้ปลอดโรค ด้วยการเคร่งครัด ใส่ใจทำตามคำแนะนำของคุณหมอและหน่วยงานทางด้านสาธารณสุข และส่งผลให้เรารักคนรอบ ๆ ข้างกายเรามากขึ้น เชื่อมั่นไว้วางใจว่า อีกไม่นาน มันก็จะผ่านไปตามกาลเวลา เหมือนฤดูกาล ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้เราจะรู้ว่าช่วงเดือนนี้หนาว เดือนหน้าเริ่มร้อน เดือนไหนฝนตกน้ำหลาก แต่ใช่ว่าจะตรงตามนั้นเสมอไป วันดีคืนดีในฤดูร้อน พายุฝนฟ้าถล่ม ชีวิตเราก็ดั่งเช่นฤดูกาล มีทุกข์มีสุข มีหัวเราะมีน้ำตา มีเฮฮามีเศร้าซึม มีสมหวังและพลาดหวัง มีโชคและเสื่อมโชค มีรักยังมีเลิก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปรับเปลี่ยนเรียนรู้จะอยู่กับฤดูกาลของชีวิตเช่นไร..

และแน่นอน ทุกชีวิตถูกลิขิตมาให้ปรับตัวได้ในทุกวันเวลาเสมอ ใช่หรือไม่ ในวันนี้เวลานี้ เราก็กำลังอยู่ในจังหวะแห่งการปรับเปลี่ยน จากที่เคยตัวใครตัวมัน ในวันที่ต้องถูกกักตัวเพื่อหลีกโรค เราก็เริ่มโหยหามิตรภาพและการพบปะเพื่อนฝูง ทั้ง ๆ ที่บ่อยครั้ง เราเองก็เบื่อที่จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย อยากจะอยู่คนเดียว แต่เมื่อถูกบังคับด้วยกรอบกำหนดเช่นวันนี้ หลายคนก็คงเริ่มรู้สึกว่าสัมพันธภาพแห่งมิตรภาพนั้นมีค่ายิ่ง เรากำลังถูกสอนให้ ลดละ ความอวดรู้ อวดเก่ง ที่แข่งกัน ข่มกัน ทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ ที่สุด... เราได้เรียนรู้ว่า เราต่างก็อ่อนแอในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยกันทั้งนั้น มีเพียงความอ่อนโยนเท่านั้นที่จะช่วยปลอบประโลมโลกให้สดใสขึ้น เก่งไปก็เท่านั้น ในเมื่อทุกคนสามารถที่จะติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้ด้วยกันทั้งนั้น การเอาตัวเองเป็นที่ตั้งก็หาใช่กำบังที่จะช่วยให้รอดปลอดภัย ในห้วงยามเช่นนี้ ความเมตตาต่อกัน การดีต่อกันต่างหาก ที่จะช่วยกอบกู้จิตวิญญาณสาธารณะให้เบ่งบาน การช่วยเหลือกันบางทีก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเสมอไป 

พระสันตะปาปาฟรังซิสได้มอบบทเรียนให้กับพวกเรา ท่ามกลางวันเวลาแห่งความลำบากนี้ไว้ว่า  “เราพบเห็นได้ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มันปลุกความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ปลุกทัศนคติและการแสดงออกถึงความห่วงใย ใกล้ชิด และเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หลายเดือนที่ผ่านมา เราพบเห็นเรื่องเหล่านี้ในกรุงโรม ดังนั้น เรามาขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดี  ๆ ที่เกิดขึ้นที่เมืองของเราในช่วงล็อกดาวน์ ขอบคุณคุณหมอ พยาบาล อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่ทำงานอย่างหนักตลอดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกัน ขอบคุณบรรดาบาทหลวงและซิสเตอร์ที่เสียสละตนเองรับใช้คนป่วยและคนถูกทอดทิ้ง ขอบคุณบรรดาคุณครูและเจ้าหน้าที่ราชการทุกคนที่ทุ่มเททำงานเพื่อส่วนรวมด้วย การที่เราได้เห็นผู้คนมากมายเสียสละตนเองมาทำเพื่อส่วนรวม เราต้องมาขอบคุณพระเจ้า เพราะเรารู้ดีว่าความดีต่าง ๆ ที่ถูกทำบนโลกนี้ล้วนมาจากพระองค์ ดังนั้น ขอพระเมตตาของพระเจ้าอยู่กับเรา เพราะในพระองค์ เรามีความหวังอยู่ (ขอบคุณ : Pope Report)


และไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เราไม่ต้องกังวล เพียงแต่ทำให้หัวใจเรามีความรัก ทุกฤดูกาลย่อมมีความสวยงามเสมอ เดินต่อไป จะอีกกี่วัน กี่คืน กี่ฤดู ให้ความเมตตานำทาง อย่าได้มีความโกรธ เกลียด เครียดแค้น เกิดขึ้นในหัวใจ ลดอคติ ลดความอวดเก่งแสนรู้ลงกันบ้าง เพราะเราเองก็ไม่เคยรู้เรื่องราวอีกมากมายในโลกใบนี้ เพราะเราเองก็มิอาจจะกำหนดกฎแห่งฤดูกาลได้ ชีวิตเราก็เช่นฤดูกาลเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หนักแน่น มั่นคง ไว้วางใจ เราก็จะยืนหยัดเคียงข้างกันตลอดไป แม้ในท่ามกลางพายุแรงร้าย แม้ในท่ามกลางไอแดด แม้ในท่ามกลางความหนาวเย็น เพราะข้างหน้านั้นมีความงามรอพวกเราอยู่ เดินหน้ากันต่อไป เพื่อกล่าวคำอำลาโควิด-19 ไปพร้อม ๆ กันในปีนี้โดยเร็ววัน

ไม่มีความคิดเห็น: