วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566

สำเร็จที่ไม่เสร็จสิ้น

 

สำเร็จที่ไม่เสร็จสิ้น

>>> จงรักและไขว่คว้าโอกาสที่คุณมีในขณะนี้ อย่ามัวแต่เสียเวลา <<<

ท่ามกลางเปลวแดดและเสียงโฆษณาของนักเลือกตั้งร้อนแรงพอ ๆ กัน เรื่องร้อนแดดนี่ยิ่งทียิ่งร้อนขึ้นในทุก ๆ ปี ส่วนร้อนทางการเมืองก็ต้องสุดแต่ละคนที่จะต้องตัดสินใจ อย่างไรก็ขอให้เลือกคนที่เราเห็นชอบ เห็นว่าจะสร้างความร่มเย็นในสังคมตามแบบที่เราคิด อย่าได้ไปใส่ไฟให้กันและกัน ว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้เป็นเช่นนั้นกันเลย เพราะเอาเข้าจริงไม่มีความสำเร็จไหนที่สมบูรณ์ เราเองเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องหลบแดดร้อนด้วยตัวเอง หยุดที่จะไขว่คว้าอากาศ ฉวยโอกาสที่มีดีกว่า


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า ลูกศิษย์ : อาจารย์ครับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหารักแท้ได้อย่างไงครับ ? อาจารย์ : (เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถาม ที่ง่ายเหมือนกันนะ ลูกศิษย์ : (นั่งคิดอย่างหนัก) อืม?….งงอะไม่เข้าใจ

อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นมีหญ้าเยอะแยะ เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมา ต้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ว่าเวลาเธอเดินเนี่ย เธอต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลังเข้าใจไหม

ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ  ว่าแล้วก็วิ่งตรงไปยังสนามหญ้า ไม่นาน ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับ  อาจารย์ : อืม…แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ  ลูกศิษย์ : อ๋อ คือว่าตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวย ๆ ผมก็คิดว่า เออ เดี๋ยวคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้น ผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้วครับ จะเดินกลับก็ไม่ได้ เพราะท่านสั่งห้ามไว้   อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ

เราวันนี้วิ่งวุ่นกับการหาโอกาสที่จะสำเร็จกันแบบไร้จุดหมาย มีเพียงว่าเป้าหมายนี้สำเร็จก็หาเป้าหมายต่อไปและต่อไป มิได้ซึมซับกับความสำเร็จ มิได้หยุดขอบคุณพระเจ้าและสวรรค์ที่ประทานโอกาสมาให้ เราเหนื่อยและยืนกลางแดดในสนามญ้าสวยกันอยู่ใช่ไหม?.....

วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566

คนที่พบเราเป็นคนโชคดี

 

คนที่พบเราเป็นคนโชคดี

>>> เป็นแบบคน ที่เราอยากออกไปเจอ <<<

ในช่วงชีวิตของเรามักจะมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่ ย้ายที่ทำงานกันมาบ้าง นาน ๆ ครั้งจะมีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยียน กลับไปทำธุระในที่ที่เคยจากมา และก็พบเจอคนที่เราเคยคุย เคยสนทนา มันทำให้ความทรงจำอันงดงามกลับคืนมา และยิ่งถ้าพบเจอเพื่อนเก่า ๆ ในที่เดิมด้วยแล้วยิ่งสนุกสนานกันไปใหญ่


ใช่หรือไม่ ในทุกครั้งที่บังเอิญเราได้เจอกับคนที่เต็มไปด้วยด้านดีงาม คิดดี คนที่มองทุกอย่างเป็นความงาม เป็นสีสันในชีวิต เวลาเจอคนที่ทักทายและต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้ม หรือแม้กระทั่งคนที่เราปรารถนาจะเจอมากที่สุด คนที่มีประกายจุดต่อติดความคิดเห็นอย่างชาญฉลาด เราจะรู้สึกใจฟู ใจมันอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก เป็นเหมือนการชาร์จพลังด้านดีงามด้านบวกให้กับเรา โดยที่บางครั้งคนคนนั้นอาจจะไม่ได้ตั้งใจ อาจไม่รู้ตัว แต่เป็นพลังธรรมชาติของเขาที่ถ่ายเทมายังทุกคนที่ทักทายและพูดคุย

และทุกครั้งกับเหตุการณ์เช่นนั้น เรามักคิดว่าเราโชคดีมากที่ได้พบเจอคนแบบนี้ เราเคยถามกับตัวเองบ้างหรือไม่ว่า เราอยากเป็นคนที่ทำให้คนอื่นใจฟูและโชคดีบ้างหรือเปล่า? ดังที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า “จงเป็นของขวัญและเป็นความโชคดี ให้กับทุกคนที่ได้พบเจอ”  

ง่าย ๆ เลย กับคนที่เรารู้จัก กับคนที่เราเคียงข้าง วันนี้เรามีพลังด้านใดให้กันและกันบ้าง หรือมีแต่พลังกดดัน พลังมืดที่พร้อมจะจู่โจมใส่กัน ยามได้ยินได้เห็นเรื่องที่ขัดใจ แม้เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเราอยากให้คนที่อยู่กับเราเป็นเช่นไรก็จงทำเช่นนั้นก่อน อยากให้คนข้าง ๆ ให้เกียรติเรา แล้วเราล่ะให้เกียรติเขาหรือยัง หรือมีแต่ให้เกลียด โลกวันนี้กว้างขึ้น แต่ภายในใจคนคับแคบลง เรามักทิ้งขว้าง เลิกลากันง่าย ๆ ทำตามอารมณ์ความปรารถนาของตัวเอง ไม่ยอมเดินเคียงข้างในวันที่มืดมิดมืดมนหนทางไปด้วยกัน หันกลับมาให้โอกาสกัน ให้ความหวัง ความงามแก่กันและกัน ครั้นเมื่อเราก้าวสู่สังคมใหญ่และปรารถนาให้โลกเต็มไปด้วยคนดีงาม  ก็จงสร้างให้ตัวเองเป็นคนดีงามเช่นกัน  อย่าเรียกร้องหาโลกที่เต็มไปด้วยคนดี ทั้งที่ตัวเองยังเป็นความโชคร้ายให้กับทุกคนที่พบเจอ วันนี้ใครจะโชคดีที่เจอเราบ้าง..????

วันเสาร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2566

สิ้นสงสัย

 

สิ้นสงสัย

>>> ทำทุกวันให้มีคุณค่าและมีความสุข <<<

บางทีในแต่ละวันบนเส้นทางชีวิตที่เราพบเจอผู้คน พบพานเรื่องราว มักพกพาความสงสัยและมีความคำถามเกิดขึ้นได้เสมอ กระทั่งเรื่องส่วนตัวเราเอง ก็มักมีคำถามบ่อย ๆ ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ ต้องเจอหน้าคนนั้น ต้องทำงานกับคนนี้ ทำไมชีวิตพบเจอแต่เรื่องทุกข์ใจ แล้วไม่ได้ไม่ดีก็ไปลงที่พระเจ้าซะงั้น ไปสงสัยในความมีจริงของพระองค์ สงสัยในความรักของพระองค์ และอื่น ๆ


ใช่หรือไม่ ชีวิตที่พระเจ้าประทานให้นั้น มันไม่ได้ง่ายไปเสียทุกเรื่องและมันก็ไม่ได้ยากไปเสียทุกอย่าง หากเราเข้าใจวิถีทาง และมีความเชื่อมั่นในพระเจ้าผู้ทรงชีวิต ก็จะเข้าใจว่าเป็นธรรมดามีบางเรื่องที่ยากและมีบางอย่างที่ง่าย บนทางชีวิตมันต้องมีเรื่องยาก ๆ นี่คือ รสชาติและสีสันของชีวิตให้เราได้ลิ้มรส ได้สัมผัส ได้มีพระหรรษทานอยู่ในประสบการณ์

พระหรรษทานในประสบการณ์นั้น ทำให้เราตอบข้อสงสัยในหลาย ๆ เรื่องได้ ให้เราเข้าใจชีวิตได้มากขึ้น ทำให้เรารู้จักตัวเองได้ดีกว่าเดิม สอนให้เรารู้ว่าผู้คนบนโลกนี้มีนิสัยที่แตกต่างกัน และเราควรอยู่ร่วมกันเป็นสังคมได้อย่างไร สอนให้เรารู้จักชีวิตในแบบที่เป็นตัวของเราจริง ๆ ไม่ไปเอาวิถีของผู้อื่นมาเดินตาม ไม่ต้องลงไปในกระแสแห่งโลกโลภ กระแสแห่งความอยากได้อยากมี อยากเด่นอยากดัง ทุกเรื่องราว ทุกสถานการณ์ ทุกสภาพแวดล้อมล้วน เป็นพระพรให้กับชีวิตเราทั้งนั้น

เก็บเกี่ยวทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะยากหรือง่าย จะร้ายหรือดี ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นั่นคือ พลังที่เสริมความเข้มแข็งให้จิตวิญญาณ ไม่มีสิ่งใดเป็นเหตุบังเอิญ ก้าวผ่านทุกช่วงของชีวิตไปด้วยปรีชาญาณ ทำทุก ๆ วันให้มีคุณค่าและมีความสุข หากสิ้นสงสัยในชีวิตเมื่อไร แสงแห่งสันติสุขจะเข้ามาสู่ชีวิตเราเมื่อนั้น

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566

กลับคืนใจ

 

กลับคืนใจ

>>>เวลาที่สุขที่สุด คือเวลาที่เรากลับใจให้อภัย ปาฏิหาริย์เกิดทันที<<<

ปีนี้เราได้ร่วมพิธีกรรมสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ที่วัดได้อย่างเต็มที่ แม้พิธีกรรมจะยาวนานไปบ้าง แต่ก็ทำให้เราเบื่อหน่าย เพราะแต่ละวันมีความหมายพิเศษทำให้น่าติดตามและมีเพียงปีละครั้ง โดยเฉพาะตั้งแต่วัยพฤหัสฯศักดิ์สิทธิ์ จวบจนถึงวันอาทิตย์ปัสกา ที่เราฉลองการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้าอย่างรุ่งโรจน์ กว่าจะถึงวันรุ่งโรจน์ก็ผ่านหนทางที่แสนจะยากลำบากอย่างยิ่ง บางทีเรามาร่วมพิธีกรรมมันก็สะท้อนให้เราเห็นชีวิตจริงของเราในทุกวันเวลา ใช่หรือไม่ เวลาที่เราก้าวผ่านความทุกข์ยากลำบาก ข้ามผ่านวันคืนที่แสนจะทรมาน ที่เครียด ที่หม่นหมองสิ้นหวังมาได้ วันนั้นเรารู้สึกว่าชีวิตมันปลอดโปร่ง เบาสบายไปทั้งวัน


การที่พระเยซูเจ้ากลับเป็นขึ้นมาจากความตาย แล้วมาอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยหันหลัง ที่เคยหนี ไม่เข้าช่วยเหลืออยู่เคียงข้างพระองค์ในวันแห่งมหาทุกข์ โดยไม่โกรธไม่กล่าวว่าใคร ๆ ใด ๆ ทั้งสิ้น มันคือการปลดปล่อยความตรอมทุกข์ การสิ้นหวังของเหล่าสาวก มันเป็นการปลุกขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่ การกลับมาของพระองค์อีกครั้งด้วยหัวใจเปี่ยมรักและเมตตานี้ นำพามาซึ่งพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติ จากคนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ใช้ความตายของตัวเอง โดยมิได้เรียกร้องขอให้คนมาร่วมตายด้วยนั้น ช่างเป็นบทสอนที่หาใดจะเปรียบปานได้ ก่อให้เกิดการสำนึกผิดกลับใจของหมู่มวลผองชน นี่จึงเป็นความมายของการกลับคืนชีพที่แท้จริง

ที่สุดแล้ว ในชีวิตเราที่ยังคงวน ๆ เวียน ๆ แต่เรื่องของตัวเอง ที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เอาความคิดของเราเองเป็นผนังกำแพงเหล็ก เอาชนะคะคานกันให้ได้ในทุกเรื่อง โกรธเคืองในเรื่องที่ไม่ถูกใจ แค้นเคืองในเรื่องที่ไม่ตรงจริตตน เราก็มีแต่จะจมอยู่ในความทุกข์ตรม ข่มใจนอนหลับได้ลำบากยากยิ่ง แค่ชีวิตวันธรรมดาผ่านไปก็ยากอยู่แล้ว ใยจึงจะให้ทุกคนเป็นเช่นเราคิด ไปลิขิตทางให้คนอื่นเดินตามเล่า?  แล้วถ้าเราลองยอมถ่อมน้อมตนลงบ้าง ยอมให้คนอื่นแม้ว่าความจริงมันอาจจะทิ่มแทงเรา รับเอาไว้เพื่อว่าวันหนึ่งจะเกิดการสำนึกผิด เพราะการกลับใจให้อภัย คือ ฟากฝังฟ้าที่งดงามยามแสงทองแรกส่องมา นี่แหละ คือ “ปัสกา” ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา งดงามเสียยิ่งกว่าตายแล้วฟื้นเสียอีก