วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

จัดบ้านจัดใจ

จัดบ้านจัดใจ

ในช่วงโรคระบาดโควิด -19 หลายคนคงมีเวลาที่จะอยู่กับบ้านนานพอสมควร หลายคนก็คิดหากิจกรรมใหม่ๆ ทำร่วมกันในครอบครัว เป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน หรือเบื่อหน่าย จนทำให้คิดมากหงุดหงิด พาลคนนั้นคนนี้ ทำให้บ้านไม่น่าอยู่ คนในบ้านไม่เป็นสุข คนใกล้ตัวอยากหนีห่าง แต่ไปไหนไม่ได้เพราะภาวะจำยอม สิ่งเหล่านี้คงเกิดขึ้นไม่มาก เพราะเท่าที่เห็นส่วนใหญ่ปรับตัวปรับใจ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างผาสุก และมีมุมมองใหม่เกิดขึ้นในชีวิตเดิม ๆ ของเรา นี่อาจจะเป็นบรรทัดฐานที่เราจะใช้ในการอยู่ร่วมกันในสังคมต่อไป

และด้วยประสบการณ์ส่วนตัวสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน พยายามหาอะไรทำไปเรื่อย ๆ ทำให้ทุกวันเวลาหมดไปอย่างรวดเร็ว กิจกรรมหนึ่งที่ยิ่งทำแล้วยิ่งมีความสุขนั่นคือ การจัดบ้านเพื่อให้เกิดมุมใหม่ ในที่เดิม ๆ กับสิ่งที่มีอยู่ ใช่หรือไม่ บ่อยครั้งเราก็ใช้ชีวิตในมุมเดิม จำเจมานาน บ้านจัดไว้อย่างไรก็อยู่มันอย่างนั้น ต่อเนื่องมาเป็นสิบยี่สิบปี อาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลาจะจัด อาจจะเป็นเพราะคิดว่ามันเข้ามุมแบบนี้ดีอยู่แล้ว หรืออาจจะเป็นเพราะกลัวว่าจัดแล้วจะยิ่งรกมากกว่าเดิม เพราะข้าวของเครื่องใช้มีมาก กลัวว่าเปลี่ยนไปแล้วจะหาของจากที่เดิม ๆ ไม่เจอ จึงไม่กล้าเปลี่ยน ทั้งหลายทั้งปวง นี่คือสิ่งที่วนอยู่ในหัวเราจนไม่กล้าเริ่มต้นที่จะขยับเขยื้อนเลื่อนนั่นเลื่อนนี่ มาวันนี้วันที่มีเวลา ตัดสินใจลงมือเปลี่ยนมุม จัดบ้านใหม่ แรก ๆ ก็ยังมืดแปดด้าน ไม่รู้จะเคลื่อนตู้เคลื่อนของไว้ตรงไหน เพราะถูกมุมเดิมเข้าครอบงำ ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน หามุมนั้นมุมนี้อยู่หลายครั้ง พอเริ่มต้นได้ก็เริ่มเห็นว่า แท้จริงแล้ว ของสิ่งเดียวกัน หากจัดระเบียบให้ดี ๆ เราก็จะได้พื้นที่ที่กว้างดูสะอาดโล่งขึ้น เพียงแค่เปลี่ยนทิศเปลี่ยนทาง ขยับมุมสลับที่วาง พอยิ่งจัด ยิ่งสนุก เริ่มคิดออกว่าสิ่งนี้น่าจะวางตรงนั้น สิ่งนี้น่าจะอยู่มุมนี้ ถ้ายังไม่เข้าท่า ก็ลองปรับไปอยู่มุมอื่น จัดไปจัดมาบ้านน่าอยู่ขึ้น ข้าวของเครื่องใช้มากมายที่นอนจมอยู่ถูกรื้อออกมา จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ในชีวิตเราก็แปลกดีมีของที่เกินมากกว่าของที่ใช้ เสื้อผ้าในตู้มีมากมาย แต่จะมีสักกี่ตัวที่เราชอบใส่ และใส่เป็นประจำ

จากการได้มีเวลาจัดบ้านจัดสิ่งของเครื่องใช้ เราก็พบส่วนเกินความจำเป็นสำหรับเรามากมายทีเดียว มีไม่น้อยที่ยังคงสภาพดี เสื้อผ้าหลายตัวใส่เพียงไม่กี่ครั้ง สิ่งเหล่านี้คงมีประโยชน์สำหรับอีกหลายคน และก็เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อเรานำสิ่งที่เราไม่ค่อยได้ใช้ มาวางไว้หน้าบ้านก็มีคนมาถามว่าจะทิ้งหรือ ก็บอกว่าหากอยากได้ก็เอาไปเลย ไม่ขายต่อ แต่ให้ฟรี ทำให้รู้สึกตัวเบาขึ้น ยิ่งทำให้เรามีมุมในการจัดปรับเปลี่ยนมุมได้ง่ายขึ้น สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดก่อนลงมือทำคือ การวัดขนาด ว่าของสิ่งนี้น่าจะลงตรงมุมนั้นได้หรือไม่ เพราะถ้าเราไม่วัดหรือวางแผนก่อน เมื่อเคลื่อนย้ายตู้ ย้ายโต๊ะ หรือสิ่งของอาจจะเกินขนาดพื้นที่ ยิ่งจะทำให้ลดพื้นที่ว่างลงไปอีก หรือถ้าเราขยันสักหน่อยอาจจะออกแบบมุมบ้านด้วยการจำลองภาพ ก็จะยิ่งทำให้เราใช้เวลาก่อให้เกิดความสุขได้ดีทีเดียว

การจัดบ้านจัดห้อง ก็ไม่ต่างกับการจัดจิตจัดใจจัดชีวิตของเรา ใช่หรือไม่ เรามีส่วนเกินมากมายในชีวิตที่เราไม่กล้าที่จะจัดการ บ่อยครั้งเราก็มักชอบสะสมสิ่งไม่งาม ความเห็นแก่ตัวก็ดี ความอวดเก่ง การดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น การเอาเปรียบ การใช้อำนาจที่เกินขอบเขต การข่มเหงรังแกด้วยหน้าที่การงาน จนทำให้หัวใจเราไม่มีที่ว่างเพียงพอที่จะรักและเห็นใจคนอื่น เราพยายามที่จะจัดระเบียบเคร่งครัดกับผู้อื่น แต่กลับปล่อยปละละเลยตัวเอง ที่รกไปด้วยความอยากความบ้าคลั่ง ทุกเวลานาทีต้องรีบต้องเร่ง ต้องเบ่ง ต้องโชว์ จนในวันนี้วันที่ทุกคนมีค่าเท่ากัน มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้เท่าเทียมกัน บางทีการเกิดโรคระบาดเช่นนี้ก็ทำให้เรากลับมานั่งคิด กลับมาริ่มต้นจัดระเบียบ จัดมุมมองของพวกเรากันใหม่ เอาเข้าจริง ในโลกนี้ไม่มีใครเก่งกว่าใคร ไม่มีใครเหนือกว่ากัน การช่วยเหลือกันเติมเต็มให้กันต่างหากคือสิ่งที่เราต้องช่วยกันจัดการ วางตัวตนของเราให้ถูกที่โลกก็จะสวยงามขึ้น สังคมก็จะมีพื้นที่ว่างเพื่อรองรับสิ่งดีงามจากกันและกัน เราไม่ใช่เจ้าของโลก เราเป็นเพียงผู้อาศัยที่ต้องช่วยจัด ช่วยปรับเปลี่ยนเพื่อคนอื่น วันนี้ผ่านมาเจ็ดสิบกว่าวันแล้ว ที่เราตกอยู่ในภาวะวิถีใหม่ เราได้เริ่มจัดระเบียบให้กับตัวเองบ้างหรือยัง? วางแผนและไตร่ตรองว่าสิ่งที่ควรทำที่สุดในชีวิตเราคืออะไร? วิถีชีวิตแบบเดิม ๆ ใช่คำตอบเพื่อชีวิตในวันข้างหน้าหรือไม่? หรือเราจะใช้ชีวิตเดิมในหนทางใหม่ได้อย่างไร? ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการจัดวางตัวของเรานี่แหละ

สันติสุขในโลกจะเกิดขึ้นได้ก็เริ่มจากสันติสุขในหัวใจเรา อย่าให้อคติและความอวดเก่งบดบังหนทางใหม่และแสงสว่างแห่งสันติเหมือนที่ผ่านมา จัดจิตจัดใจเพื่อเห็นแก่พระเจ้าที่สถิตในเราแต่ละคน เพื่อมีพื้นที่วางให้กับองค์พระจิตเจ้า...


วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

คืนสู่ที่ใจ


คืนสู่ที่ใจ
ตั้งแต่วันอาทิตย์นี้เป็นต้นไปวัดคาทอลิกต่าง ๆ ได้เริ่มทำการเปิดวัดเพื่อให้สัตบุรุษสามารถร่วมพิธีมิสซาได้ตามปกติในรูปแบบที่ไม่ปกติ นั่นคือ มีมาตรการต่าง ๆ ทั้งการจำกัดที่นั่ง ลงทะเบียน สวมหน้ากาก วัดอุณหภูมิและอื่น ๆ เพื่อร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 อย่างที่เราพอจะรับทราบกันมาบ้างแล้ว วัดแต่ละแห่ง แต่ละที่ก็มีการจัดการเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของตน หลังจากที่เราห่างหายจากวัดเพื่อร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ มาราว ๆ สองเดือนกว่า ทำให้เราโหยหาการมาหาพระเจ้าในทุกวันอาทิตย์ แต่ที่จริงแล้วพระก็อยู่ในใจเรานั่นแหละ การได้มาวัดก็เป็นสิ่งที่เราจะแสดงออกถึงการขอบพระคุณพระ สำหรับสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน ร่วมกันสวด ขับบทเพลง ทำให้มีชีวิตชีวา มีกำลัง เสริมพลังให้เดินหน้าต่อในวิถีชีวิตประจำวัน แล้วเมื่อกลับมาครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความร้อนรนยิ่งขึ้นไปอีก เปรียบเสมือนว่าเรากำลังจะกลับคืนสู่บ้านอันอบอุ่นที่จากมานานแสนนาน

การเริ่มกลับคืนมาครั้งนี้ ก็ไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน แต่เราต้องอย่าเอาความยุ่งยากลำบากใจมาแบกใส่ไว้ เราต้องปรับเปลี่ยนในหลายเรื่อง เช่น ต้องมีวินัยในตัวเองมากขึ้น เราต้องปรับใจและยอมรับกติกาสากล เราต้องลดอคติลง เราต้องลดความเก่งความกร่างลง น้อมรับในสิ่งที่อาจจะขัดใจลงบ้าง นี่เป็นการแสดงความรักที่มีอยู่ในหัวใจเราทุกคน โควิด19 ไม่ได้ทำร้ายทางกายเท่านั้น บางทีอาจจะทำร้ายจิตใจเราลงด้วย แต่ถ้าเราเอาความรักความเมตตานำหน้า โควิดก็มิอาจจะทำอะไรจิตใจของเราได้ หนำซ้ำยังเพิ่มพูนจิตวิญญาณให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก ในสถานการณ์โรคร้ายครองโลกเช่นนี้ ทำให้เรามองเห็นว่า แท้จริงแล้ว มนุษย์เราหลงทางไปกับสิ่งภายนอกมาอย่างยาวนาน ทำให้ความเชื่อความศรัทธาของเราเป็นเพียงรูปแบบทางพิธีกรรมเท่านั้น จนวันหนึ่งที่เราต้องสูญเสีย ถูกปิดกั้น เราจึงเริ่มตระหนักถึงความลุ่มลึกทางจิตวิญญาณ โดยมีพิธีกรรมเป็นเพียงสิ่งเสริมส่ง เมื่อต้องร่วมพิธีกรรมทางออนไลน์ หลายคนกลับซึมซับกับพระวาจาในแต่ละวันได้อย่างลึกซึ้ง และนำไปปฏิบัติตามอย่างไม่ขัดเขิน

            นอกจากเรื่องความเชื่อความศรัทธาแล้ว ในชีวิตก่อนหน้าโควิด-19 จะมาเยี่ยมเยียน เราต่างคนต่างก็ยึดติดในวิถีชีวิตวัตถุนิยมกันอย่างบ้าคลั่ง บูชาเทิดทูนความร่ำรวย ทั้งวันคืนหมดไปกับการแสวงหาเปลือก ละทิ้งความสงบให้สยบยอมจมอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ เรายึดติดตัวตนบนพื้นฐานที่ต้องเด่นต้องเลิศกว่าใคร ๆ และแสดงออกทางสิ่งของแบรนด์เนม เรายึดติดกับความคิด อุดมคติ ของตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา ยึดเอาเป็นหลัก โดยละเลยการแสวงหาความจริงแท้ เรายึดติดถึงขั้นเสพติดความสำเร็จของตัวเอง จนยากที่จะกลับคืน และเมื่อโลกต้องหยุดชะงักลงด้วยไวรัสตัวเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น เป็นพลังที่มาชำระการยึดมั่นถือมั่นลงอย่างราบคาบ ทำให้ทุกคนเห็นไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน มีเงินทองมากมายแค่ไหน ถ้าได้ติดเชื้อเข้าไปก็ไม่อาจะใช้มันมาร้องขอชีวิตได้เลย ทำให้จิตใจหลายคนเปลี่ยนไป และพร้อมที่จะลดราวาศอกลง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมในรูปแบบใหม่ บางทีการสูญเสียครั้งนี้ก็อาจจะนำความร่มเย็นกลับคืนมาสังคมโลกก็เป็นไปได้ยิ่งดื้อยิ่งรั้นยิ่งระบาด หากว่าร่วมมือร่วมใจกันด้วยหัวใจเสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับคืนสู่หัวใจดวงเดิม ที่มีรักเมตตา มีอาทรเกื้อกูลเป็นรากฐานอยู่แล้ว หนทางใหม่จะงอกงามอย่างงดงาม


การจากลามักนำพาความหวังในการพบกันใหม่ การจากไปของใครคนหนึ่งนำความคิดถึงมาให้เสมอ และการกลับใจย่อมนำมาซึ่งสันติสุขตลอดไปเช่นกัน เราเคยอยู่ในสังคมที่แข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน เราอยู่ในสังคมที่จมปรักกับกับดักทางความคิดและอำนาจนิยมกันมากเกินไป อย่าใช้อำนาจ ใช้หัวใจบงการในการขับเคลื่อนทุกกิจการ คือสิ่งที่เราต้องมีในวันข้างหน้า ชีวิตนี้สั้นนัก ตระหนักเรื่องนี้ เพื่อว่าเราจะได้กลับคืนสู่ตัวตน เป็นคนที่ให้คนอื่นจดจำมิใช่จดเจ็บ จนกลายเป็นสิ่งซากชำรุดทางประวัติศาสตร์ไป ที่สุดแล้ว การคืนสู่ที่ที่เรามา เราเป็น นั่นแหละที่จะทำให้โลกนี้รับรู้ถึงความดีงาม พระเยซูเจ้าเสด็จคืนสู่สวรรค์เพื่อให้ทุกคนได้มีพลังกล้าก้าวออกไปทั่วโลก การกลับมาสู่วัด สู่การร่วมมิสซาในรูปแบบใหม่ก็จะทำให้เราก้าวสู้กับโรคภัยและโรคร้ายทางจิตวิญญาณได้เช่นกัน และเมื่อเราพร้อมแล้วก็จะนำพลังรักพลังใจมอบต่อกันในทุกที่ที่ก้าวผ่าน ทำวันเวลาให้มีค่า ไม่นานเราจะพาลพบกับความสุขอย่างแท้จริง....

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ห้าม ห่วง ห่าง และให้


ห้าม ห่วง ห่าง และให้
มีโอกาสใช้บริการของรถไฟฟ้า สิ่งที่เห็นคือผู้คนไม่มากมาย และขบวนรถก็มาถี่ขึ้น ในตอนแรกที่ตัดสินใจว่าจะใช้บริการดีหรือเปล่า กลัวว่าจะมีคนอัดแน่นเหมือนเมื่อก่อน ครั้นเมื่อตัดสินใจก็เห็นการเตรียมพร้อม คัดกรองอย่างจริงจัง และในขบวนรถก็มีการติดป้ายที่นั่งแบบที่เว้นที่ โดยเขียนป้ายไว้ ห้ามนั่ง ห่าง เพราะ ห่วง เมื่อนำคำเหล่านี้มาพิจารณาดู เห็นมุมมองอีกแบบหนึ่ง และนี่ก็คือ วิถีชีวิตใหม่ ที่เรากำลังดำเนินอยู่

ห้าม ตั้งแต่เด็กจนโต เราก็ถูกกรอบของสังคมบังคับ มีข้อห้าม ข้อประพฤติปฏิบัติร่วมกันมาตลอด บางครั้งก็ชอบใจบ้าง ขัดใจบ้าง ก็เป็นบางจังหวะช่วงเวลาชีวิต โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่เรียกร้องเสรีภาพ เรามักจะมีความขัดแย้งกับข้อห้ามอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเราเติบโต บรรลุวุฒิภาวะทางด้านสังคม เราก็ยอมรับข้อห้ามได้ง่ายขึ้น ถ้าข้อห้ามเหล่านั้นทำให้เกิดความสงบสันติ และก่อให้เกิดความปลอดภัย เฉกเช่น ในวันเวลานี้ที่ผู้คนกำลังประสบพบกับโรคร้ายโควิด 19 ไม่ว่าที่ไหน ๆ ในโลก ต่างก็ออกมาตรการ ออกข้อห้าม ข้อบังคับให้ปฏิบัติ โดยที่เราเต็มใจและร่วมมือที่จะทำตามข้อห้ามเหล่านั้น เพราะเรารู้ว่านั่นคือหนทางที่จะนำพาให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น รู้ว่าถ้าไม่ทำตามเราอาจจะพบกับการสูญเสีย แม้ว่าบางทีอาจจะต้องฝืนใจ แม้ว่าจะต้องทำตามเพราะจำยอม การมีข้อห้ามนั้นก็เป็นเสมือนเข็มทิศชี้นำวิถีสังคมให้เดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ในสภาวะปกติข้อห้ามอาจจะไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง วิกฤติเช่นนี้การห้ามจึงเป็นเสมือนการทำให้แกะทุกตัวอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย
ห่วง ความห่วงใยกันคือสายใยความสัมพันธ์ของสังคมไทย และนำมาซึ่งการดูแลกันและกัน ยิ่งในห้วงยามแบบนี้ เราต่างห่วงกันและกัน และปรารถนาให้คนที่เรารักเคารพรอดปลอดเชื้อไวรัส จากที่เคยห่วงเรื่องอื่น ๆ ในวันนี้มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ความห่วงใยอาทรเป็นของคู่กัน เราเห็นได้จากการที่ประเทศไทยเราเริ่มที่จะควบคุมโรคไว้ได้ ด้วยการร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ อย่างมีวินัย ด้วยการกักตัวอยู่บ้าน และนำมาซึ่งความเดือดร้อนในเรื่องการกินการอยู่ของหลายคน คนไทยก็ห่วงใยไม่ทิ้งกัน คิดค้นช่องทางต่าง ๆ ได้น่ารักน่าเอ็นดู ตู้ปันสุข ตู้ปันรัก ตู้ปันต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นทุกมุมเมือง การทำบุญทำทานด้วยการให้สิ่งละอันพันละน้อย เติมใส่ตู้ เพื่อคนที่ขาดแคลนได้มีโอกาสรักษาสุขภาพร่างกายด้วยการมีของกิน ของใช้ มีน้ำดื่ม เสน่ห์อย่างหนึ่งของคนไทยก็อยู่ตรงน้ำใจที่มิเคยจางหายไปจากสังคม เป็นความห่วงใยที่มีอยู่ในหัวใจไทยตลอดมาและจะคงอยู่ตลอดไป ด้วยการส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นอย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่
ห่าง เพราะความเป็นห่วงในสุขภาพ จึงมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ มีข้อห้ามหลาย ๆ อย่างออกมา โดยเฉพาะการให้เว้นระยะ อยู่ห่าง ๆ กัน ซึ่งนั่นมิได้หมายความว่าจะทำให้ความสนิทชิดใกล้ห่างหายไป แต่เป็นการห่างทางกายภาพที่จะนำผลมาสู่ความใกล้ชิดทางด้านจิตใจกันมากขึ้น บางทีเราอาจจะห่างกันเพื่อลดการเสียเวลาที่หมดไปกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง กับการนินทาคนนั้นคนนี้ กับการวิพากษ์วิจารณ์ลับหลังกัน การอยู่ห่างกันทำให้เรามีระยะเวลาในการคิดใคร่ครวญไตร่ตรองก่อนที่จะพูดก่อนที่จะทำอะไรบางอย่างได้พอสมควร และสำหรับคริสตชน เราห่างกันแต่ความสัมพันธ์ในพระเจ้ากลับมีมากขึ้น เราสวดภาวนาเพื่อกันและกัน ที่สุด เวลาที่มีมากขึ้นก็ทำให้เรากลับมาสนิทกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้น จากพระเจ้าผู้ห่างไกลและถูกทิ้งขว้าง บัดนี้มาสนิทในบ้านในหัวใจเรา เพื่อทำให้เราเรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้เป็น รักคนในบ้าน และเมื่อทุกอย่างพร้อมเราก็ก้าวออกไปมอบรักให้กันและกัน ระยะห่างไม่ได้พรากความรักของพวกเราไปจากหัวใจ แต่ระยะห่างนำความเบิกบานในรักให้งอกงามขึ้นต่างหาก

เมื่อ ห้าม ห่วง ห่าง จึงก่อให้เกิดการ ให้ อย่างแท้จริง ในหลายภาคส่วนกำลังคิดหาทางช่วยเหลือเยียวยากัน วันนี้เราเริ่มกระจ่างชัดเห็นถึงความงามมากขึ้น คนที่มีมากไม่ได้นิ่งดูดาย ออกมาให้สิ่งจำเป็นแก่ผู้ที่ขัดสน คนที่มีความรู้ความสามารถออกมาช่วยกันระดมความคิดเพื่อสร้างสรรค์สังคมในวันข้างหน้าให้น่าอยู่ คนที่เคยนิ่งเฉยเริ่มกระตือรือร้น หลายคนที่ห่างไกลพระ ไกลศาสนาเริ่มหันกลับมา แม้กระทั่งศาสนาที่เคยเป็นศูนย์กลางที่รอคอยให้ผู้คนมาเข้าหา วันนี้ต้องเริ่มรุกเดินหน้าเข้าไปอยู่ในบ้าน เสริมบ้านให้เป็นพระศาสนจักรขนาดย่อย ความเชื่อความศรัทธาถูกถ่ายเทถ่ายทอดสู่ปวงชน ข่าวดีมีให้รับมากมาย การให้ได้ขยายขอบเขตไปอย่างไร้ขอบเขต การเสียสละกลายเป็นหลักปฏิบัติ กลายเป็นชีวิต เพียงคิดที่จะให้ใจก็สุขแล้ว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงโลกเผชิญกับโรค แต่โลก ได้รัก กลับคืนมาอย่างยิ่งใหญ่โดยมีพวกเราทุกคนเป็นแนวร่วม ช่วยกันสร้างแนวรักนี้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของสันติสุข ที่จะบังเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้.....


วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

จำยอมไม่จำเจ


จำยอมไม่จำเจ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายการล็อคดาวน์ลง ให้ผู้คนสามารถออกจากที่พักอาศัยมาทำงาน มาทำกิจกรรมได้บ้าง แต่ก็ยังเคร่งครัดในเรื่องการป้องกัน มีระยะห่าง ทำให้เกิดวัฒนาการต่าง ๆ นานา หลังจากที่เราต้องถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่เฉพาะที่บ้าน ที่พักอาศัยกันมาได้ระยะหนึ่งก็เริ่มอึดอัด เริ่มเบื่อหน่าย เริ่มกระวนกระวาย หลายคนปรับตัวไม่ได้ ก็อยากจะโบยบินเหมือนดังนกเสรี ส่วนใครที่ปรับตัวได้ก็ใช้เวลาที่อยู่กับบ้านหาความรู้ หากิจกรรมทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์และไม่เสียเวลาไปเปล่า ๆ เราโชคดีที่เราอยู่ในยุคที่เรามีอินเตอร์เน็ตและเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ที่สามารถหาความรู้ เรียนรู้ ตามใจชอบได้อย่างเสรี  หาวิธีต่อยอดสร้างสรรสิ่งต่าง ๆ วันเวลาที่ผ่านไปจึงรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาสามารถสู้กับโควิด-19 ได้อย่างสบาย แม้จะจำยอมในสภาพที่ถูกกักกัน แต่ไม่จับเจ่าจำเจจนซวนเซ มีอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถจะปรับเข้ากับวิถีชีวิตใหม่ได้ เมื่อไม่ได้ไปทำงานประจำก็ไม่รู้จะทำอะไร มิได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเต็มที่ มีเพียงแต่นอนถู ๆ ไถ ๆ ไปทั้งวัน หรือแค่ดูหนังฟังเพลงตามติดซีรีส์ ไม่นานก็เริ่มเบื่อเริ่มเครียด อาจจะปลอดจากโรคโควิดแต่จะกลายเป็นโรคติดเตียงแทน แบบนี้ชีวิตจึงจำเจ และติดกับดักเดิม ๆ มิอาจจะก้าวหน้าในสภาวะใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นได้ 

 แนวโน้ม Social Media กับการทำ การตลาดออนไลน์ 2020 - ICDL Thailand


เฮมิงเวย์ นักเขียนชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า “มนุษย์มิได้ถูกสร้างมาเพื่อความพ่ายแพ้ ถึงที่สุดแล้วต้องดิ้นรนหาทางเอาชนะอุปสรรคจนได้ อีกด้านหนึ่งเราเกิดมาก็ไม่จำเป็นต้องชนะในทุกเรื่อง บางครั้งต้องรู้จัก “ยอม” เสียบ้าง เรายอมที่จะทนอยู่ในบ้าน เพื่อที่จะมีชีวิตไร้โรค การยอมแบบนี้มิได้หมายความว่าเป็นการยอมแพ้  เพียงแค่รู้จักลดราวาศอก ยืดหยุ่น รู้จักผ่อนปรน เพื่อให้ส่วนรวมได้ประโยชน์ มิใช่เพื่อที่จะให้ตนเองได้แต่ฝ่ายเดียว โควิดเกิดขึ้นจึงทำให้เรารู้จักยืดหยุ่นชีวิต จิตใจก็ผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดจนเกินไป ชีวิตต้องรู้จักยอมที่จะเสียบ้าง เสียบางอย่างเพื่อให้ได้บางอย่างที่เป็นประโยชน์ ต่อทั้งส่วนรวมและตนเอง
โรคโควิด-19 คงมิได้หมดไปจากโลกนี้ง่าย ๆ เราต้องปรับวิถีชีวิตเพื่อให้ชนะมันให้ได้ การจำยอมรับความจริง บางทีก็จะนำเราไปสู่ชัยชนะ การยอมรับต้องสร้างวินัย ต้องอดทน ต้องเตรียมพร้อม และต้องยอมที่จะสละบางอย่าง ให้ความสำคัญกับสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ เหมือนดังเช่นคำปราศัยของประธานาธิบดียูกันดาถึงประชาชนคนในประเทศของเขาว่า
โลกกำลังอยู่ในภาวะสงคราม  สงครามที่ไม่ใช้ปืนและกระสุน  สงครามที่ไม่มีทหาร  สงครามที่ไร้พรมแดน  สงครามที่ไม่มีข้อตกลงหยุดยิง สงครามที่ไม่มีห้องยุทธการ สงครามที่ไม่มีโซนศักดิ์สิทธิ์ กองทัพในสงครามนี้ไม่มีความปราณี   มันเป็นสิ่งที่ปราศจากความเมตตา   มันไม่เลือกว่าจะเป็นเด็กหรือผู้หญิงหรือศาสนสถาน กองทัพนี้ไม่สนใจผลพวงความเสียหายจากสงคราม มันไม่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ไม่สนใจเกี่ยวกับแหล่งแร่ที่อุดมสมบูรณ์ใต้ผืนดิน ไม่ได้สนใจที่จะอยากเป็นเจ้าโลก หรือเรื่องราวทางศาสนาเชื้อชาติหรืออุดมการณ์ ความทะเยอทะยานของมันไม่เกี่ยวอะไรกับเชื้อชาติ มันเป็นกองทัพล่องหนที่โหดเหี้ยมและทรงประสิทธิภาพ สิ่งเดียวที่มันต้องการคือการเก็บเกี่ยวเพียงความตาย...

 Yoweri Museveni - EcuRed

โชคดีที่กองทัพนี้มีจุดอ่อนและเราสามารถเอาชนะได้ มันต้องการเพียงแค่ความร่วมแรงร่วมใจและความมีวินัยและความอดทนของเรา โควิด-19 ไม่สามารถอยู่รอดได้ในการรักษาระยะห่างทางสังคมและกายภาพ  มันจะเติบโตเมื่อคุณอยู่ใกล้ชิดกันเท่านั้น มันชอบการเผชิญหน้า มันจะยอมจำนนต่อสังคมที่มีวินัยและการรักษาระยะห่างทางร่างกาย มันยอมจำนนต่อคนที่มีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี มันทำอะไรคุณไม่ได้ เมื่อคุณกำหนดชะตากรรมของคุณด้วยมือของคุณเองโดยรักษาสุขอนามัยให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะร้องไห้เพื่อร้องขออาหาร เหมือนเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง
ท้ายที่สุดพระคัมภีร์บอกเราว่า มนุษย์เราไม่ใช่อยู่เพื่อกินเพียงอย่างเดียว  เราควรเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ  เรามาทำให้สถิติการติดเชื้อ โควิด-19 ลดลง เราต้องมีความอดทน หันมาเป็นผู้ดูแลพี่น้องของเราด้วยกัน  ในเวลาไม่นานเราจะได้รับอิสรภาพ ทุกภาคส่วนและสังคมจะกลับคืนมา  ขอพระเจ้าอวยพรเราทุกคน (บางส่วนของคำปราศรัยของประธานาธิบดียูกันดา)

Social Distancing คืออะไร "เว้นระยะห่าง" อย่างไรให้ปลอดภัย ...


เรากักขังตัวเองเพื่อสร้างภูมิ ความอดทนและการมีวินัยจะช่วยเราให้ออกมาร่วมกันสร้างสังคมใหม่ เป็นสังคมที่เห็นคุณค่าของทุกคน เห็นคุณค่าของวันเวลา เราจะไม่ทำให้แต่ละวันจำเจจนชินชา เฉื่อยชา แต่เราจะยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วยหัวใจของนักสู้ผู้เปี่ยมด้วยรักและเมตตา เพราะเรารู้ว่าสุดท้ายแล้ว ชีวิตคนเรานี้ก็ต้องการเพียงแค่สันติสุขเท่านั้นเอง....

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ใหม่ในเก่า


ใหม่ในเก่า
ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นที่น่าพอใจยิ่ง ในขณะที่ทั่วโลกและบางประเทศมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ทำให้เห็นว่าเราคนไทยเมื่อยามที่ต้องร่วมมือกันทำอะไรบางอย่างเพื่อฝ่าฟันวิกฤตการณ์นั้น ก็มักจะทำได้ดีทีเดียว แม้จะมีการขัดแย้ง ทักท้วงกันบ้าง ก็เป็นธรรมดาในความเป็นธรรมชาติของคนเรา บ่อยครั้งเราก็มักว่าคนไทยไร้ระเบียบ ไร้วินัย ทำอะไรตามใจชอบ มาวันนี้เราคงรู้สึกแล้วว่า เอาเข้าจริง วินัยของชนชาติไทยก็เป็นหนึ่งในสากลโลกได้เหมือนกัน ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเรารักษาวินัยทำตามสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ย่อมนำพาสังคมคืนสู่ความสงบสุขได้ในเร็ววัน อีกไม่นานเราจะสามารถออกจากบ้านได้ แต่จะเป็นการออกมาแบบมีวินัย มีความอดทน รู้จักเคารพกฎเกณฑ์กันมากขึ้น นี่จึงเป็นที่มาของวิถีทางสังคมใหม่ ที่เราเรียกขานกันว่า New Normal เหตุการณ์ครั้งนี้เสมือนเป็นการตระเตรียมการจัดระเบียบสังคมกันใหม่

7 New Normal ที่อาจได้เห็นในสังคมไทยในวันที่ โควิด-19 หายไป : PPTVHD36

ในโลกใบเดิม สิ่งดีงามที่เป็นของคู่โลกนี้คงจะยังมีมาและมีต่อไป เพียงแต่ว่า ในแต่ละยุคสมัยจะนำออกมาใช้อย่างไร??? และเมื่อผู้คนในสังคมออกนอกลู่นอกทาง ย่อมจะมีสิ่งที่เกิดขึ้นมาเพื่อปรับ เพื่อชักใยให้กลับคืนสู่สิ่งเดิม วิถีชีวิตที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ได้ยินกันบ่อย ๆ ในห้วงยามนี้ มันก็คือการกลับคืนสู่สามัญ โดยอาศัยเครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่มาเป็นตัวขับเคลื่อน เราเคยมีตำรับตำราบันทึกสมัยก่อนถึงขั้นตอนการทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ มายุคนี้เราอยากจะทำอะไร ตำราดิจิทัล บนอากาศถ่ายทอดให้เรียนรู้ได้อย่างฉับพลัน อยากทำอาหารอะไรทาน จากห้องครัวที่ว่างเว้นเป็นเพียงห้องเก็บจานชาม บัดนี้หม้อ กระทะ ตะหลิว หิ้วกันออกมา เปิดยูทูป ใส่เครื่องปรุงตามเขาว่า วัตถุดิบ หยิบผสม เติมรสตามใจปากคนในบ้าน สำราญจานข้าวพูนกันทั่วหน้า หลายบ้านกลับมาสู่ครอบครัวที่ทำอะไรทานด้วยกัน มาอยู่พร้อมหน้ากัน แบ่งปันวันคืนที่ผ่านพ้นในวงอาหาร แม้จะมีระยะห่าง แต่มิได้อ้างว้างดังแต่ก่อน

10 ช่องยูทูปสอนทำอาหาร ดูเพลิน ทำตามง่าย - ชิลไปไหน

หรือแม้วันไหนไม่อยากจะทำทานเอง เพียงแค่หยิบโทรศัพท์ถามไถ่ใครอยากทานอะไร กดสั่งผ่านทางสายลมไป ไม่นานก็มีคนมาส่ง ไม่ต่างจากเมื่อก่อน หน้าบ้านจะมีแม่ขายพ่อค้าหาบกับข้าวกับปลาผ่านไปมา ส่งเสียงเรียกกันเจื้อยแจ้วแว่วมาแต่ไกล ยิ่งบ้านริมคลองริมน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเรือค่อย ๆ ลอยละล่องตามลำน้ำมา ยืนรอด้วยความเปรี้ยวปากกว่าจะมาถึงท่าน้ำบ้านเรา ก็ต้องจัดให้คุ้มชามแล้วชามเล่า วิถีแบบนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นรถพ่วง รถพุ่มพวง รถซุปเปอร์มาร์เก็ตวิ่งตุเลง ๆ ตามตรอกซอกซอย เอาเข้าจริงเราอยู่บ้าน ของกินก็มีให้เลือกซื้อเลือกหากันได้ตลอด และนี่อาจจะทางเลือกใหม่ของเราในวันข้างหน้า ยิ่งมาพิจารณาถึงงบที่จับจ่าย วิถีแบบนี้อาจจะได้จ่ายน้อยกว่าที่เราไปซื้อหาที่ห้างร้าน เพราะเมื่อเราไปถึงห้างคงไม่ใช่จะไปซื้อสิ่งที่เราต้องการอย่างเดียว เดี๋ยวก็ได้สิ่งอื่นที่ต้องตา ถูกกิเลสติดตามมาเสมอ งบงอกออกมาตรงนี้มาเท่าไรแล้ว วิถีชีวิตใหม่จะทำให้เราสนใจไตร่ตรองการจับจ่ายมากขึ้น

Lissom Logistics - ปรากฏการณ์ New Normal คืออะไร ?

มากล่าวถึงเรื่องของความเชื่อความศรัทธา เรื่องของทางจิตใจ ยามที่เราต้องกักตัวอยู่กับบ้าน แต่จิตวิญญาณเรานั้นกลับมีเสรีมากขึ้น มีเวลาที่จะสวดภาวนา มีเวลาที่จะอ่านพระวาจา มีเวลาไตร่ตรองตัวตน มีเวลาว่างที่จะคิดถึงความงามความเมตตาต่อคนอื่นมากขี้น ใช่หรือไม่ แม้ประตูวัดจะถูกสั่งปิดลงกลอน แต่ประตูหัวใจเราต่างถูกเปิดออกอย่างไม่รู้ตัว ตรงประตูหัวใจเรานี่แหละ คือ พระคริสตเจ้า ที่พร้อมจะให้เราก้าวผ่านเข้าไปหาพระองค์เสมอในห้วงยามแห่งความทุกข์ยากเช่นนี้ เรารู้ว่าเมื่อผ่านประตูนี้เราจะได้พบความสงบ เราจะพบกับสันติสุข ประตูนี้ไม่เคยลั่นลงกลอน แต่ก่อนนั้น เราผ่านไปผ่านมา เราก็ไม่เคยจะแวะเวียนเข้ามาทางประตูนี้เลย เราเห็นประตูชัยแห่งความร่ำรวย ประตูที่ประดับด้วยทองและเหรียญตราแห่งเกียรติยศ เราจึงมุ่งหน้าแข่งขันกันไปให้ถึงเป็นคนแรก ๆ วันนี้วันที่ประตูเหล่านั้นปิดลง ไม่มีใครคิดจะเร่งรีบเข้าไป เราจึงมีเวลาที่จะมองมาทางประตูนี้ ที่เมื่อเราเข้ามาแล้ว เรารู้สึกอบอุ่น เรารู้สึกมีพลัง และทำให้เราพร้อมที่จะออกไปเพื่อคนอื่น เพราะรับรู้แล้วว่าพระองค์จะเคียงข้างเราไปทุกที่ ในความรักเดิมของพระเจ้า ทำให้เรามีชีวิตใหม่เสมอ ในคำสอนเดิม ๆ เพิ่มเติมคือใส่ใจ เราก็ได้แนวทางใหม่ที่พร้อมจะเผชิญโลกในวันข้างหน้าได้เสมอ
โลกดูสวยงามขึ้นหลังเราหยุดใช้โลก ความดีงามจะงอกงามขึ้นถ้าเรายิ่งใช้ และใช้อย่างมีวินัย เตรียมชีวิตจิตใจจิตวิญญาณให้พร้อม ซ้อมรับกับวิถีชีวิตใหม่ในโลกใบเก่าที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ใครพร้อมก่อนคนนั้นจะพบกับสันติสุขในชีวิตได้ง่ายกว่าใคร ๆ ...