วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563

คริสต์มาส คิดเหมือน ใคร

 

คริสต์มาส คิดเหมือน ใคร

ถึงแม้จะผ่านไปแบบลุ้นกันจนหยดสุดท้าย กับการสมโภชพระคริสตสมภพที่วัดเซนต์หลุยส์ของเราในปีนี้ ท่ามกลางการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 งานรื่นเริงจึงถูกงด เหลือแต่มิสซา ที่เราผู้รัก นับถือ ศรัทธา ในองค์พระเยซูเจ้ารอคอยมาตลอดปี มีผู้ที่มาเข้าร่วมจนเต็มจำนวนที่กำหนดตามมาตรการทางสาธารณสุข (บางที่หลายแห่งเหลือเพียงพิธีทางออนไลน์เท่านั้น) คริสต์มาสปีนี้จึงเป็นการระลึกถึงการบังเกิดมาของพระกุมารเยซูแบบเงียบ ๆ เรียบ ๆ ทำให้ย้อนไปในวันนั้น วันแห่งการเริ่มต้นตำนานแห่งรักและการไถ่กู้ ในภารกิจนี้มีหลายคนที่เกี่ยวข้อง มีหลายคนที่เริ่มต้นในค่ำคืนที่แสนจะเงียบและเรียบง่าย กลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่าในกาลต่อมา ย้อนกลับมามองสำรวจตรวจสอบตัวเรา คริสต์มาสปีนี้ เราได้คิดเหมือนหรือมีอะไรเป็นบทเรียนเพื่อนำมาเป็นเครื่องชี้นำชีวิตเราบ้าง ?

แม่พระ... คนที่สำคัญที่สุดในค่ำคืนนั้น หญิงสาววัยน่ารัก กำลังมีชีวิตที่สดใส แต่แล้วต้องมาน้อมรับการเป็นแม่คนแบบกระทันกัน และต้องแบกภาระอันหนักอึ้ง แต่พระนางน้อมรับด้วยความสุภาพ แม้จะมีความกลัวอยู่บ้าง อาจจะมีคำถามแต่ไม่มากนัก รับฟัง อ่อนน้อมยอมรับเอาความทุกข์ยากเพื่อผู้อื่นหมื่นแสนล้านคนมาแบกรับ ต้องมากลายเป็นแม่ผู้แกร่งกล้าที่สุด นับจากเหตุการณ์ในค่ำคืนที่เทวดานำข่าวมาแจ้งสาร ต้องอพยพไปที่นั่นที่นี่ ความเชื่อความศรัทธาเป็นบ่อเกิดแห่งพลังในการต่อสู้ชีวิต

แล้วเราล่ะ รับฟังภายในกันมากน้อยเพียงใด ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงของความเก่ง ที่แข่งกันเบ่ง และเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ความอ่อนน้อมไม่มี มีแต่หยิ่งที่อยากจะยิ่งใหญ่ ไม่เคยฟังใคร มีแต่ใคร ๆ ต้องฟังงฉัน ล็อกดาวน์ตัวเองดำเนินชีวิตด้วยเสียงแห่งตนมากกว่าความเป็นคนของพระ สิ่งนี้ทำให้สังคมเรากำลังบิดเบี้ยว

นักบุญยอแซฟ... ผู้นิ่ง สุขุม กล้าหาญ ผู้นำที่ไม่ต้องแสดงความเป็นผู้นำให้คนอื่นเห็น แต่มีแสงแห่งตนเอง เลือกที่จะทำตามเสียงของพระเจ้า และอยู่เคียงข้างกับคนที่รักเสมอ ความอดทนเป็นเลิศ มีความรอบรู้และเลี้ยงดูพระเยซู ปูทางด้านงานฝีมือและหมั่นศึกษา ยอมรับการตัดสินใจของคนรอบตัวอย่างเคารพ คนแบบนี้จะมีสักกี่มากน้อยในวันนี้

เราเห็นคนที่ต้องการเป็นผู้นำมากมายที่พยายามโชว์อำนาจ พยายามทำให้คนอื่นเห็น แม้จะยอมสร้างภาพ ไม่เคยทำอะไรด้วยหัวใจตัวเองบ่งการ คนอื่นจะมาอวดเก่งเกินหน้าไม่ได้ ในยุคที่ทุกคนเก่งแต่ไม่แกร่ง เพราะเราล้วนกลัวแม้กระทั่งไวรัสตัวเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น แล้วเราต้องการจะที่จะยิ่งใหญ่ไปเพื่ออะไรเล่า?? 

คนเลี้ยงสัตว์... คนเล็ก ๆ ที่มีวิถีชีวิตของตัวเอง แต่มีน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ แม้จะนอนกลางทราย กายไม่สะอาด ไม่เป็นที่รู้จัก ไม่โด่งดัง ซื่อ ๆ เห็นอะไรก็เชื่อแบบนั้น เมื่อรู้ว่ามีเด็กน้อยเกิดมาแถวนี้ ก็ขอไปแสดงความยินดี ไปร่วมชื่นชม ให้กำลังใจพ่อแม่มือใหม่ เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทุกข์ยาก ไออุ่นจากพวกเขา คือ ความอบอุ่นที่แสนจะบริสุทธิ์

น้ำใจ คือ สิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่เรามักจะไม่ค่อยมีให้ใครสักเท่าไหร่ เรามักคิดถึงแต่ตัวเอง เห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่คนอื่น กระแสสังคมมอบความเป็นคนแบบนี้มาให้เรา จนกลายเป็นอุปนิสัยสาธารณะไปแล้ว คนยุคเราเรื่องน้ำใจ เรื่องชื่นชมคนอื่นหาน้อยเต็มที มีแต่ชอบวิจารณ์คนอื่น เราไม่ค่อยยินดีแม้กับคนรอบตัว หากเรามีความซื่อ ๆ คิดเหมือนคนเลี้ยงบ้าง สังคมจะอุดมด้วยความงามมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

พญาสามองค์... ผู้แสวงหาความจริงจากต่างถิ่น แม้จะมีอำนาจบารมีในตัวเองอยู่แล้ว แต่กลับรู้สึกว่าต้องเคารพต่อผู้ที่จะนำพาความสงบร่มเย็นมาให้กับผู้คน ยอมเสียสละสิ่งที่มีค่า  มุ่งมั่นอย่างไม่ลดละความพยายาม จวบจนได้เจอได้พบ ยอมรับในความคิดของคนต่างถิ่น เพื่อหล่อมรวมเป็นหนึ่งเดียว

ในวันนี้จะเราจะมีน้ำอดน้ำทนสักเพียงใดในการเฝ้ารอคอย ไม่ได้ดังใจก็บ่นก็เบื่อ ก็ตะโกนเรียกร้อง ความจริงสิ่งเดียวในชีวิต คือ ทุกคนต้องทำตามใจฉันเท่านั้น เราไม่เคยออกจากตัวตนเพื่อแสวงหาสัจจะ  แต่เราต้องการแสดงออกเพื่อให้ทุกคนคิดแบบเรา เอาเข้าจริง...เราเคยพบความสุขบนทางแบบนี้หรือไม่? เราเคยได้เห็นความงามยามที่เราต้องการหรือเปล่า? เราปรารถนาดีต่อคนรอบข้างมากน้อยเพียงใด? คริสต์มาสปีนี้ผ่านไปอีกครั้ง แต่อย่าให้ผ่านไปแบบไร้ความหมาย ในค่ำคืนอันเงียบสงบย่อมสยบความวุ่นวาย ความหยิ่ง ความเห็นแก่ตัวลงได้ นิ่ง ๆ ยิ่งสงบ หยิ่ง ๆ ยิ่งสับสน แล้วเราคิดจะเป็นเหมือนใครบ้างมั๊ยในค่ำคืนนี้..???

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563

สันติสุขแห่งดวงใจ

 

สันติสุขแห่งดวงใจ

เวลาก้าวย่างใกล้จะผ่านพ้นปี 2020 เข้าไปทุกที ปีนี้เป็นปีที่หนักหนาสาหัสของคนทั่วโลก โควิด-19 ระบาดจนระบมข่มขืนกันทั่วหน้า มีจะความหวังด้านวัคซีนที่เริ่มมีการฉีดกันบ้างแล้ว แต่ในประเทศยุโรปกลับต้องปิดเมือง ปิดประเทศกันอีกระบอก บางแห่งเลยไปถึงปีหน้าด้วยซ้ำ สำหรับเราที่สามารถก้าวข้ามผ่านปีนี้ไปได้อีกหนึ่งปี เราพบสันติสุขเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า? ดวงจิตหัวใจเรามีความสงบนิ่งลงบ้างไหม? เป็นคำถามที่เราต้องวนเวียนถาม เพื่อย้ำเตือนตัวเองให้บ่อย ไม่ใช่เฉพาะเวลาปีใหม่เท่านั้น ทุกค่ำคืนก่อนล้มตัวลงนอนได้ยิ่งดี สุขภาพกายสำคัญมาก ความไม่มีโรค ไม่เจ็บป่วยเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด สุขภาพกายดีย่อมส่งผลต่อสุขภาพจิต จนกลายเป็นคนเข้มแข็งและอดทน ซึ่งจะอยู่รอดปลอดภัยได้ในยุคนี้ หมั่นฟังเสียงเตือนของร่างกาย ยิ่งในเมืองที่มีฝุ่นละออง มีมลพิษ ยิ่งต้องรู้จักรักษาร่างกายให้แข็งแรง เพราะร่างกายเรา คือ ของประทานอันล้ำค่า


หยุดที่จะยึดติดกับความเจ็บปวด ผิดพลาดในวันวานที่ผ่านมา ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า อดีตก็ คือ บทเรียนที่ดี ที่ย้ำเตือนให้เรามีสติกับการดำเนินชีวิตต่อไป ใช้ชีวิตอยู่กับความจริง บนความถูกต้อง อย่ากลัวที่จะเดียวดายในหนทางแห่งความจริง เพราะการได้เจอปัญหาก็ช่วยทำให้เรามองเห็นความจริงนั่นเอง ความจริง คือ สิ่งนิรันดร์ และทำให้เราพบกับคนที่จริงใจต่อกัน ในหลายปีที่ผ่านมา หลายคนพยายามที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ มั่นคงทางด้านการเงินการงาน ไม่เคยคิดที่จะหยุดพัก เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า และแล้วเกิดเหตุที่คาดไม่ถึง ตะลึงกันทั้งโลก ปีนี้กำลังสอนเราว่า “เงินทอง” แม้มีค่า แต่หาใช่สิ่งสำคัญที่สุด เหนื่อยก็ต้องให้รู้จักพัก หิวก็ต้องกิน เราทรมานตัวเองจนร่างกายอ่อนแรง ทำงานหนักเกินไป ทำงานเกินหน้าที่ไป ก็ไม่คุ้มค่าหากสุดท้ายสุ ขภาพต้องย่ำแย่ลงในทุก ๆ วัน

รู้จักที่จะปล่อยวางบ้าง จริงจังกับทุกอย่างที่ทำนั้นถือว่าดี แต่เมื่อทำให้สุดความสามารถแล้วผลจะออกมาเป็นยังไงก็ช่าง เพราะเราความดีงามเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเราได้ทำเต็มที่แล้ว ฝึกตนให้เป็นคนยิ้มแย้มให้มากกว่าหน้าเครียดบึ้งตึง อย่างน้อยเมื่อเวลาที่เรายิ้ม โลกก็สดใสขึ้น ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้ สุขภาพจิตเราก็ดีด้วย สันติสุขแห่งดวงใจก็งอกเงย เรียนรู้ในการเป็นคนใจเย็นและมีเมตตาต่อทุกสิ่ง อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็ต้องรู้ลดโมโหลงบ้าง ลดความเกรี้ยวกราดลง เบาได้เบา เมื่อใจเราจะได้เบาขึ้น สงบขึ้น รู้จักรอคอยได้ อดทนได้ อะไรที่ให้เราหวังไว้ไม่นานก็จะเป็นจริง

สิ่งหนึ่งพึงต้องกระทำเพื่อความเป็นคนโดยสมบูรณ์ คือ การรู้จักให้อภัยกับคนที่ทำให้เราโกรธ ที่ทำให้เราเกลียด เพราะอีกไม่นานก็จะลาจากกัน กลับคืนสู่สวรรค์บ้านอันถาวร และถ้าใจยังอภัยไม่ได้ก็ออกให้ห่างจากคนที่เคยโกรธเกลียดมาสักระยะ  เว้นระยะห่างทางความสัมพันธ์ เพื่อทำให้ใจเราไม่เป็นทุกข์ยามที่ต้องเห็นเห็นตากัน ทำร้ายกันไปมา มันยิ่งทุกข์ โลกวันนี้เต็มไปด้วยมลภาวะทางอารมณ์โกรธเกลียดกันมากไปแล้ว จนจะกลายเป็นพิษพิชิตโลกด้วยแรงคับแค้น สันติสุขจะเกิดไม่ได้เลยหากใจไร้อภัย หากใจไร้ความอาทรต่อกัน


ที่สุดแล้ว อย่าลืมว่า “ครอบครัว คนรัก” คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ให้เวลา ถามไถ่สารทุกข์คนใกล้ชิดกันบ้าง คำถามง่าย ๆ ทำงานวันนี้เป็นอย่างไร? มีเวลารับฟังปัญหา เรื่องราวที่คนรอบตัวอยากจะเล่า ไม่แย่งที่จะเล่าแต่เรื่องของเรา เอาเวลาดูแลหัวใจคนใกล้ตัว อย่ามัวแต่เห็นพวกเขาเป็นที่ระบายอารมณ์ ที่ตัวเราได้รับแรงกดดันมาจากข้างนอก เห็นใจกันและกัน ขอบคุณกันบ้าง นี่เป็นแหล่งก่อกำเนิดสันติสุข เป็นความสุขง่าย ๆ ในชีวิต เป็นสันติสุขแห่งดวงใจที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ลอกคราบ

 

ลอกคราบ

โรคโควิด-19 ล้อมเราไว้ทุกด้านจริง ๆ ประเทศเพื่อนบ้านของเรายังคงระบาดหนักหน่วง และมีการเล็ดลอดเข้ามาตามชายแดน ทำให้ในบ้านเราเริ่มติดเชื้อโควิดกันบ้างแล้ว สถานการณ์เริ่มต้องหันกลับมาเข้มงวดกับมาตรการรักษาตัวเอง และใส่ใจกับคำแนะนำของสาธารณสุขกันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้ก็พยายามควบคุมโรคไว้ในพื้นที่จำกัดอย่างเต็มที่ ยิ่งใกล้สิ้นปีแบบนี้ เราต้องช่วยกันประคับประคองให้รอดปลอดภัยไปด้วยกัน 

ปีนี้ดูเหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน เพราะเวลาส่วนมากเราหมดไปกับการปรับตัวให้เข้ากับวิถีใหม่ในรูปแบบการป้องกันจากโรคระบาด ทำไปทำมาเราอยู่กับมันมาเกือบ ๆ ปีแล้ว เราปรับตัวเพื่อจะอยู่กับมันได้อย่างไม่ตื่นตระหนกได้มากน้อยเพียงใด? เราได้รับบทเรียนอะไรบ้างจากการระบาดของโรคร้ายแบบนี้ หาเวลาทบทวนตัวเองบ้างก็ดีเหมือนกัน จะได้เป็นการเตรียมตัวของเราเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงต่อไปในวันข้างหน้าที่จะมาถึงนี้ ด้วยหัวใจแห่งความเบิกบานและมีความสุขได้ในทุกวันเวลา สิ่งที่เราต้องมีต้องทำกัน คือ ต้องรู้จักลอกคราบ ออกบ้าง คราบแห่งความเห็นแก่ตัว คราบคนอวดเก่ง อวดเด่น คราบแห่งความโลภ คราบแห่งความอยากได้อยากเป็นแบบคนอื่น เอาตัวเองออกมาทิ้งวางลงบ้าง เพื่อสร้างเกราะแห่งความดีงามมาห่อหุ้ม เพื่อเราจะได้เป็นคนที่สร้างสันติให้กับโลกนี้

วันหนึ่ง..กุ้งมังกร และ ปูเสฉวน ได้พบเจอกันในทะเล ปูเสฉวนเห็นกุ้งมังกรกำลังลอกคราบที่แข็งแกร่งของตนเองทิ้ง เหลือเพียงแต่ร่างที่เปลือยเปล่า ปูเสฉวนพูดด้วยความตื่นเต้นว่า

            “กุ้งมังกร ทำไมเจ้าจึงถอดเปลือกที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ป้องกันร่างทิ้งล่ะ ? เจ้าไม่กลัวโดนปลาใหญ่งับกินเจ้าภายในคำเดียวหรือ ? ดูสถานการณ์ของเจ้า ณ เวลานี้ แม้แต่คลื่นแรงๆก็สามารถพัดเจ้าไปชนโขดหิน ถึงเวลานั้น เจ้าไม่ตายก็แปลกประหลาดแล้ว”

กุ้งมังกรพูดอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนว่า 

“ขอบใจในความเป็นห่วงของเจ้า ทว่า..เจ้าไม่เข้าใจ กุ้งมังกรอย่างพวกเรา ในการเจริญเติบโตทุกครั้ง ล้วนจำต้องลอกคราบเก่าทิ้งไปจึงจะเกิดคราบใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การเผชิญอันตราย ณ ตอนนี้ เป็นเพียงการเตรียมพร้อมเพื่อพัฒนาที่ดียิ่งๆขึ้นไปในอนาคต”

ปูเสฉวนขบคิดไตร่ตรองอย่างละเอียด จึงรู้ว่า ตนเองตลอดมา รู้จักแต่มองหาสิ่งที่สามารถพักพิง หลบภัยและอาศัยได้เท่านั้น กลับไม่เคยที่จะคิดว่า ทำอย่างไรให้ตนเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทุกๆวัน ล้วนใช้ชีวิตอยู่ ภายใต้ร่มเงาของผู้อื่น อยู่ภายใต้ข้อจำกัด จึงไม่แปลกเลย ที่ไม่สามารถพัฒนาตนเองตลอดกาล (เรื่องโดย Niwat Rungvicha)

ลอกคราบเอาเปลือกนอกทิ้งไป แล้วสร้างความดีงามไว้เป็นเครื่องปกป้องเรามิดีกว่าหรือ!!! เปลือกนอกแม้จะดูสวยงาม แม้จะดูแข็งแรง แต่หาความเที่ยงแท้มีไม่ ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เรามีเวลาที่จะลอกคราบเก่าออก เพื่อฟื้นฟูความเป็นคนมากขึ้นบ้างหรือเปล่า? ใช่หรือไม่ แม้แต่ธรรมชาติก็เกิดการลอกคราบ ฟื้นฟูตัวเองมาใหม่ หลังจากภาวะการหยุดชะงักงันของการท่องเที่ยว ที่ทุกคนในโลกเคยไปไหนมาไหนได้อย่างง่ายดาย ในวันนี้วันที่ทุกคนจำต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด เมื่อไม่มีผู้คนไปเหยียบย่ำ ไม่เยี่ยมเยียน ไปรุกราน และเมื่อถึงวาระที่ทุกอย่างมีเสรีภาพในการดำรงอยู่ การฟื้นฟูจึงเกิดขึ้น ความใสสะอาดของแม่น้ำ ท้องทะเลสีครามก็ตามมา ป่าไม้พืชพันธุ์ได้มีโอกาสลืมตาเปล่งแสงสีเขียวให้โลกได้สดใส ท้องฟ้าที่เคยขุ่นมัวสลัวทุกตารางเมตรแห่งเมืองพัฒนาอุตสาหกรรม บัดนี้ ท้องฟ้าเริ่มมีสีฟ้าให้สมกับชื่อ เมื่อเห็นธรรมชาติฟื้นฟูกลับคืนความงามแล้ว เราก็ต้องคิดถามตัวเราเองบ้างว่า เราได้ลอกคราบเพื่อสร้างความงามในจิตวิญญาณบ้างหรือยัง??? เพื่อเตรียมพร้อมในวันเวลาที่มาหาเราแบบไม่คาดคิด...

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

แข็งแรงนิรันดร์กาล

 

แข็งแรงนิรันดร์กาล

และแล้วโรคไวรัสโควิด -19 ก็เข้ามาถึงเมืองหลวงจนได้ แม้จะยังไม่ระบาดออกผลรุนแรงมากนัก พบเพียงคนเดียว ก็ทำให้จิตใจผู้คนห่อเหี่ยวลง สิ่งสำคัญจำให้แม่น ๆ คือ การช่วยกันดูแลตัวเองให้แข็งแรงแข็งแกร่งเข้าไว้ อย่ามัวแต่ไปโทษกล่าวร้ายถึงความเห็นแก่ตัวของคนที่ไร้ความรับผิดชอบอยู่เลย เพราะเขาก็จะได้รับผลของการกระทำเหล่านั้นเอง บางทีเราก็ต้องเข้าใจด้วยเหมือนกันว่า ระบบระบบแห่งวัตถุนิยมสั่งสอนให้เราต่างก็เป็นคนเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น มุ่งให้ประสบผลสำเร็จทางด้วยรายได้ มุ่งหวังเพียงแค่มีหน้ามีตาในสังคม มีของใช้ที่ทันสมัย จนหลงลืมค่าของการมีชีวิต มุ่งหวังเพียงเสรีภาพตามใจตน มองเห็นประสบการณ์วันเวลาผ่านมาเป็นสิ่งเก่าโบราณ เอาตัวเองเป็นที่ตั้งไม่ยอมก้มหัวโน้มตัวให้ใคร ในสังคมแบบนี้มันแข็งแกร่งเพียงเปลือกนอกเท่านั้นแหละ

ใช่หรือไม่ ในยุคที่ทุกคนคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง แข็งแรงจึงไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้างเช่นนี้ กลับไร้ภูมิ กลับอ่อนแอ อ่อนด้อยทางภูมิวิญญาณ โรคซึมเศร้า คือ โรคประจำยุคสมัย จะให้มันหมดในรุ่นเราคงเป็นเรื่องยากเสียแล้ว เพราะนับวันโรคนี้จะกัดกร่อนไปเรื่อย ๆ มันอาจจะระบาดมากกว่าโควิด-19 ก็เป็นไปได้ โรคนี้เริ่มต้นอาการที่เราเห็นง่าย ๆ คือ การหลงตัวเอง โรคนี้ระบาดมาพร้อม ๆ กับความเจริญของเทคโนโลยีสื่อสารนั่นแหละ เมื่อเราครองการสื่อสารที่อยู่ในมือได้ เราก็หลงคิดว่าเราได้ครอบครองโลก จะพูดจะส่ง จะทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา ค่อย ๆ ปลุกจิตวิญญาณความดื้อด้านออกมาให้ยืนหนึ่ง แล้วก็ไปยึดโยงกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อศรัทธา เพิ่มข้อมูลด้วยกลไกลอัลกอริทึม สร้างชุดข้อมูลด้านเดียว เราก็หยิบฉวยมาสวมใส่ เรียกมันว่า “อุดมการณ์” คิดว่าเป็นเสื้อเกราะสร้างความแข็งแกร่ง แล้วก็ออกท่องยุทธจักรออนไลน์ ไล่ล่าฟาดฟัน หาพวกหากลุ่มแบบสุ่ม ๆ ไป สร้างอาณาจักรเพื่อให้บรรลุตามจิตฝ่ายต่ำบัญชา ดูเหมือนจะดี ดูเหมือนจะช่วยกอบกู้โลก แต่แท้จริงแล้ว...โลกมันใหญ่โตและซับซ้อนเกินกว่าใครคนหนึ่งที่คิดว่าแข็งแรงสุดจะกอบกู้ได้ บางทีการอยู่ด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน มีความอ่อนน้อม อ่อนโยน ทักทายปราศรัยกันด้วยอัธยาศัยที่ดีงาม ก็จะทำให้สังคมกลุมเล็ก ๆ ค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น แม้ว่าอาจจะห่างสักเมตรสองเมตรตามมาตรฐานเพื่อป้องกันโรค แต่สายตาที่ส่งให้กันนั้น หากเป็นสายตาแห่งความอ่อนโยนมันก็ทำให้คนที่คุยด้วยอ่อนน้อมขึ้น

ชายคนหนึ่ง ชูกำปั้นในห้องประชุมแล้วท้าให้ใครต่อใครมาคลายกำปั้นโดยการแกะนิ้วของเขาให้ออกจากกันคนแล้วคนเล่าไม่สามารถทำได้ เพราะเขาแข็งแรงกว่า..

มีคนหนึ่งเดินออกมาแล้วยกมือไหว้คนที่กำมือคนนั้นก็ไหว้ตอบ เขาคลายกำปั้นออกโดยที่อีกคนหนึ่งไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย เพียงแต่ไหว้เท่านั้น...!!!

ยิ่ง..อ่อนน้อมถ่อมตน..คนยิ่งรัก

ยิ่ง..เห่อศักดิ์ลืมตัว.....ยิ่งมัวหมอง

ยิ่ง..ถ่อมลงสูงระหง....เป็นยูงทอง

ยิ่ง..จองหองยิ่งอวดดี..ศรียิ่งทราม (จากสื่อออนไลน์)

ใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกที อย่าให้วันเวลาผ่านไปแบบไร้ความสุข ลดตัวลงลดทิฐิลง ลดความแข็งแรงแห่งเปลือกลงบ้าง ลดความฉลาด ความเก่ง ความอวดรู้ลงสักหน่อย เปิดหัวใจฟังเสียงผู้คนรอบข้างสักนิด คิดทบทวน ไตร่ตรองชีวิตให้บ่อยขึ้น หันมาทำดีมากกว่าอวดดี ช่วยกันสร้างวัฒนธรรมแห่งรัก แบ่งปันเมตตาจิต ช่วยเหลือปลอบโยนกัน แล้วเดินหน้าไปในด้วยกัน สร้างกลุ่มก้อนเล็ก ๆ ให้เข้มแข็ง ดีกว่าจะสร้างโลกให้แข็งแรงเพียงลำพัง ชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปในวันโลกที่มีโรคดังเช่นวันนี้ เราต้องมีความอ่อนโยน น้อมนำพระคำสอนกลับมาขัดเกลาจิตใจ คำสอนเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งโบราณ ไม่ใช่เพียงตำนาน แต่คือ สิ่งดีงามนิรันดร์กาลต่างหาก...