วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ตรงนี้ที่นี่เวลานี้เท่านั้น


ตรงนี้ที่นี่เวลานี้เท่านั้น
สำหรับคนที่ต้องรับผิดชอบดูแลคนหลายๆคน บางครั้งบางหนต้องจำทนฝืนใจ ฝืนความรู้สึก ยอมเจ็บปวดเพียงลำพัง และอยู่อย่างนิ่งสงบเพื่อสยบกับความเข้าใจผิด ในความโกรธแค้นเคืองที่ถูกนำไปโยงใยด้วยหน้าที่การงานที่ต้องรับหน้าเสมอ และคนที่เป็นนายคน เป็นหัวหน้าคน ย่อมหนีไม่พ้นการถูกโกรธเกลียดโดยไม่รู้ตัว ถูกอาฆาตมาดร้ายโดยไม่ต้องระวังสงสัย ถูกนินทาถูกใส่ร้ายแม้ในช่วงยามแห่งความหวังดี สถานการณ์ สภาพเยี่ยงนี้มีให้พบเห็นอยู่มากมาย หลายคนก็ท้อและถอยห่าง หลายคนเลือกที่จะตอบโต้และแสดงเหตุผลทุกกรณี แต่บางทีเหมือนเพิ่มเชื้อไฟในกองเพลิง..
และเช่นกันสำหรับผู้บรรลุวุฒิภาวะทางคุณธรรม มีความเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์ ย่อมข่มใจ ยอมรับสัจจะความจริงที่ว่า ยิ่งเป็นใหญ่ ยิ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ให้โจมตี ดีที่สุดนั่นคือ หากน้อมรับการเป็นผู้นำ การเป็นหัวหน้าคน ต้องยอมรับความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ผู้อื่นหยิบยื่นให้ ใช้ความสงบเข้าดับไฟ แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป ความจริงถูกพลิกฟื้นให้ตื่นขึ้นมา การให้อภัยของผู้เป็นใหญ่จะนำมาซึ่งความรักและสันติสุขที่ยิ่งใหญ่ถาวรตลอดกาลนิรันดร์ในหัวใจของผู้อยู่ภายใต้การคุ้มครองดูแล...
ยังมีแม่ทัพใหญ่ผู้หนึ่ง ผ่านศึกมาก็มากมาย เห็นคนตายต่อหน้าก็มากมี สู้รบชนะมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่กลับไม่เคยพบกับความสงบสันติ ในใจเกิดคำถามให้ขบคิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การใช้สงครามเพื่อให้เกิดสันติภาพมีจริงหรือ การเข่นฆ่ากันทำไปเพื่ออะไร เพื่อความอยู่รอดหรือ และยิ่งไม่เข้าใจหลักๆอยู่ 3 ประการ จึงได้ตัดสินใจปลอมตัวด้วยเครื่องแต่งกายของชาวบ้านธรรมดาๆ แล้วออกเดินทางขึ้นเขาเพื่อไปขอให้อาจารย์ชราผู้บรรลุธรรม ให้ท่านชี้แจงแถลงไขหาคำตอบของปัญหาทั้ง 3 ประการ
และเมื่อแม่ทัพเสาะหาจนพบอาจารย์ชราผู้สันทัดธรรม ในขณะที่อาจารย์กำลังขุดดิน ดายหญ้าอยู่ในแปลงผัก แม่ทัพจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า
ข้ามีปัญหารบกวนจิตใจอยู่3ประการที่ต้องการคำชี้แนะจากท่านอาจารย์ ข้อแรกคือเวลาใดที่สำคัญที่สุด? ข้อสองคือ ในการร่วมกันทำงานนั้น บุคคลที่สำคัญที่สุดคือใคร? ข้อสุดท้ายคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ควรกระทำคืออะไร?...
ทว่าอาจารย์ผู้สันทัดธรรมไม่เพียงไม่ตอบคำถาม แต่กลับก้มหน้าก้มตาขุดดินดายหญ้าต่อไป ฝ่ายแม่ทัพเห็นว่าอาจารย์ชราอายุมาก ทั้งยังผอมแห้งแรงน้อย จึงอาสาช่วยขุดดินแทนให้ พร้อมทั้งกล่าวกับอาจารย์ต่ออีกว่า
หากท่านอาจารย์ไม่มีคำตอบให้ข้า ขอเพียงเอ่ยปาก ข้าก็จะเดินทางกลับทันที ทว่าอาจารย์ผู้สันทัดธรรมยังคงเงียบงันท่านแม่ทัพใหญ่จึงขุดดินดายหญ้าต่อไปเรื่อยๆ  
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้น ปรากฏมีชายผู้หนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสโซซัดโซเซมาจนถึงเบื้องหน้าคนทั้งสอง แล้วก็ล้มลงสลบไป แม่ทัพจึงรีบประคองชายผู้นั้นไปพักผ่อนยังเพิงหญ้าคา ทำแผลให้และคอยเฝ้าดูอาการจนถึงวันรุ่งเช้า
เมื่อชายผู้ได้รับบาดเจ็บฟื้นขึ้นมาพบหน้ากับแม่ทัพใหญ่ ได้เอ่ยปากขออภัยในทันที ส่วนแม่ทัพกลับไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด คนผู้นั้นจึงอธิบายว่า
 ในสงครามครั้งหนึ่ง ท่านเคยสังหารน้องชายของข้า บัดนี้เมื่อข้าทราบว่าท่านเดินทางขึ้นเขา จึงสบโอกาสคิดมาลอบสังหารท่าน มิคาดกลับโดนผู้ติดตามของท่านทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส คิดว่าต้องตายแน่นอน แต่สุดท้ายกลับเป็นท่านอีกเช่นกันที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ดังนั้น...ข้าจึงล้มเลิกความคิดฆ่าฟันท่านแล้ว
ความแค้นที่แม่ทัพได้ก่อไว้เมื่อหลายปีก่อน คลี่คลายลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ จนแม้แต่ตัวแม่ทัพเองก็ยังแทบไม่เชื่อว่านี่เป็นความจริง
ก่อนที่แม่ทัพจะเดินทางลงจากเขา อาจารย์ชราผู้สันทัดธรรมจึงได้เอ่ยปากกับเขาเป็นครั้งแรกว่า
ปัญหาทั้ง 3 ประการของท่านคงได้รับการคลี่คลายแล้วนะ
 แต่แม่ทัพก็ยังคงไม่เข้าใจ อาจารย์จึงอธิบายต่อว่า
หากเมื่อวานนี้ท่านไม่ได้อยู่ช่วยข้าขุดดินดายหญ้า แต่ตัดสินใจเดินทางกลับไปก็อาจจะโดนคนผู้นี้ทำร้ายกลางทาง ดังนั้น...เวลาที่สำคัญที่สุดก็คือเวลาที่ท่านขุดดินดายหญ้านี้เอง และวานนี้หากท่านไม่ยื่นมือช่วยคนผู้นี้ ท่านกับเขาย่อมไม่อาจเพาะบุญคุณ ลบความแค้นกันได้ ดังนั้น...บุคคลที่สำคัญที่สุดสำหรับท่านในตอนนี้ก็คือคนผู้นี้เอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรกระทำคือ...การที่ท่านได้ดูแล รักษาอาการบาดเจ็บของเขาจนหายดี...ท่านจงจำไว้ว่า เวลาที่สำคัญที่สุด คือ ปัจจุบัน เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวที่ท่านสามารถควบคุมจัดการได้ ส่วนบุคคลที่สำคัญที่สุดก็คือคนที่อยู่กับท่าน ณ ขณะนั้น และสิ่งที่พึงกระทำมากที่สุดคือทำให้คนที่อยู่ข้าง ๆ ณ ขณะนั้นเป็นสุข (ดัดแปลงจากนิทานเซ็น)
ใช่หรือไม่ เราอาจจะไม่ได้เป็นผู้นำคนจำนวนมาก แต่เราก็มีคนให้เราดูแล ห่วงใย ใกล้ชิด คนที่อยู่ข้างๆกาย คนที่อยู่ในบ้านเดียวกัน วันนี้ ขณะนี้เราได้ทำอะไรเพื่อคนเหล่านั้นบ้าง เรากำลังปลูกฝังความดี ความงาม หรือกำลังปลูกฝังพลังความชิงชัง แค้นเคืองที่ไม่ประเทืองจิตวิญญาณ สิ่งที่ผู้นำน้อยๆอย่างเราๆท่านๆควรทำคือ ทำให้คนข้าง ๆ เป็นสุข และที่สำคัญที่สุด เราเองคือผู้นำชีวิตของเราเอง เราได้สร้างสันติสุข ความสงบสุขให้หยั่งรากลึกลงในหัวใจมากน้อยแค่ไหน ในขณะนี้ตรงนี้และตัวเรานี้ ….

ไม่มีความคิดเห็น: