วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ใครจะกล้า

 

ใครจะกล้า

ต้นไม้ที่ยืนเด่นดูโดดเดี่ยวกลางทุ่ง ฝ่าแดด ลมฝน ผ่านวันเวลามาหลายรอบปี

ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้มันไร้ค่าลง มีแต่ให้ร่มเงาให้ความร่มเย็นได้อิงแอบและพักพิง

จะมีสักกี่คนในโลกวันนี้ที่จะเป็นเช่นต้นไม้ต้นนั้น

ท่ามกลางคลื่นลมแห่งความหวาดระแวง การทำความดีด้วยการเสียสละ ต้องอาศัยความกล้าหาญยิ่งกว่ายุคใด

ในยุคที่ความสำเร็จถูกวัดด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ ความคุ้มค่าของการลงมือทำ ในยุคที่ความหวาดระแวงทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังทางสังคม

ใช่หรือไม่ เราพากันเคลือบแคลงสงสัยในรอยยิ้มของคนแปลกหน้า เรามักตั้งคำถามกับมือที่ยื่นเข้ามาช่วยเหลือ และเรามักจะมองหาผลประโยชน์แอบแฝง ในทุกการกระทำอันดีงามของเพื่อนมนุษย์

การทำบางสิ่งเพื่อส่วนรวม เสียงชื่นชมมักจะถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็วด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการจับผิด กลายเป็นกำแพงหนาที่ทำให้ผู้คนเริ่มเก็บงำความเมตตาเอาไว้ในใจ หลายคนเลือกที่จะเบือนหน้าหนีและนิ่งเฉย ไม่ใช่เพราะคนในสังคมไร้น้ำใจ แต่เป็นเพราะ ไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับคำตัดสินของสังคม แล้วใครจะกล้า

การเสียสละเพื่อผู้อื่นในยุคนี้ อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผา แต่มันคุ้มค่าเสมอ จงเชื่อมั่น และกล้าที่จะเป็นแสงสว่างดวงเล็ก ๆ แม้ในวันที่โลกพยายามจะดับมันลงก็ตาม