วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

ความดีไม่มีวันตาย


ความดีไม่มีวันตาย
            ชื่อเรื่องอาจจะดูคล้ายๆกับละครดังที่ลาจอไปเมื่อไม่นานนี้ ที่ทำให้หลายคนรอคอยด้วยหัวใจจดจ่อเมื่อถึงเวลาก็จะรีบเร่งกลับบ้าน จองที่ทางอยู่หน้าโทรทัศน์ ถึงแม้ว่าชื่ออาจจะคล้ายๆกันแต่เนื้อหาคงไม่เกี่ยวข้องกันแต่ประการใด... เรื่องที่เขียนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการได้เข้าไปที่ facebook ของ Pope Report * แล้วได้อ่านบทเทศน์ขององค์สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ในวันอาทิตย์ใบลานที่ผ่านมา พระองค์ท่านกล่าวไว้ว่า ตั้งแต่อดีตมนุษย์พยายามทำทุกอย่างให้ตนสูงส่งเหมือนพระเจ้า แต่มนุษย์ไม่มีวันเสมอพระเจ้า เพราะมนุษย์ถูกแรงโน้มถ่วงของโลกฉุดตัวเราลงมา แรงโน้มถ่วงเหล่านี้คือความเห็นแก่ตัว การประพฤติชั่ว และปีศาจ กระนั้น ปีศาจพยายามจะดึงเราให้ไปอยู่กับมัน แต่พระเยซูทรงยอมสละชีวิต เพื่อให้โลหิตของพระองค์ปกป้องเราไว้
            แล้วอะไรคือแรงโน้มถ่วงของโลกล่ะ นิวตันได้เคยอธิบายไว้ว่า มีแรงๆหนึ่งที่กระทำต่อวัตถุเพื่อดึงวัตถุให้ตกสู่ใจกลางโลก เรียกแรงนี้ว่า แรงโน้มถ่วง ฉะนั้นจึงสรุปๆได้ว่า แรงโน้มถ่วง คือ แรงดึงดูดวัตถุทุกชนิดเข้าสู่โลก 
สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ท่านได้นำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาเทศน์ เพื่อเป็นเหตุผลทางด้านชีวิตภายในของผู้คนได้อย่างเห็นภาพ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงกลับไปสู่โลก หากเราเอาชนะแรงดึงดูดโลกได้เราก็สามารถที่จะยืนหยัดอยู่บนโลกได้ ในขณะที่โลกก็หมุนไปเรื่อยๆ ใครที่ไม่สามารถจะสู้รบกับแรงดึงดูดโลกได้ ก็จะล้มลงนอนราบบนผืนโลก ..
            แต่ก็น่าแปลกใจในขณะที่พระเจ้าสร้างเราให้เอาชนะแรงดึงดูดโลกได้ แต่ภายในจิตใจของมนุษย์เรากลับพร้อมน้อมรับที่จะถูกโน้มนำไปสู่จุดบอด จุดตาย มนุษย์เรายิ่งนับวันยิ่งทวีแรงเห็นแก่ตัวมากขึ้น ช่วยกันสร้างพลังแรงโน้มฉุดดึงกลับไปยังโลกมากขึ้น โลกที่เต็มไปด้วยวัตถุนิยม โลกที่หลอมวิถีชีวิตเราด้วยความโลภ ด้วยความอยาก ด้วยการวัดค่าความดีที่ใครมีจำนวนเงินมากกว่ากัน โลกที่วัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจ ด้วยมิพักสนใจต่อความสุขของประชากร (จะเห็นว่าหลายประเทศเริ่มนำความสุขมวลรวมของประชากรมาใช้เพื่อวัดการพัฒนาอย่างครบครันของประเทศ แต่ก็ยังน้อยมากๆ) 
            ใช่หรือไม่ เรากำลังถูกพลังเงินดึงดูดเราห่างจากพระเจ้า ยุคนี้จึงเป็นยุคที่เรามีทัศนคติที่เกี่ยวกับเงินเป็นที่ตั้ง เรื่องคุณธรรมจรรยาเป็นเรื่องท้ายแถว มีค่านิยมยกย่องคนรวยมากกว่าคนดี ทั้งๆที่ความดีไม่มีวันตาย แต่กลายเป็นว่าความดีมันกินไม่ได้ ใครที่มีอุดมคติอยู่กับความดี ความงาม ดูเหมือนจะเกิดมาผิดยุคผิดสมัย คนส่วนใหญ่ยังรับได้กับผู้บริหารที่โกงกิน คอร์รัปชั่น เพียงถ้าบริหารให้คนทั่วไปได้มีกินมีใช้จากเศษเสี้ยวของกลโกงบ้าง แค่นี้ก็พอใจ  คนรุ่นใหม่ไม่สนใจที่จะทำงานเพื่อสร้างคุณภาพชีวิต อะไรก็ได้ที่ทำโดยไม่เหนื่อยนัก ไม่หนัก ไม่ต้องรับผิดชอบจนเกินไป งานอะไรก็ได้ที่ได้เงินมากๆ และได้มาอย่างรวดเร็ว
            สิ่งเหล่านี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ด้วยโฆษณาชวนเชิญ ชวนเชื่อ ให้สมัครงานผ่านระบบเครือข่ายสมัยใหม่ โดยมีคำโปรยหัวว่า งานสบาย ทำอยู่ที่บ้านก็ได้ รับเงิน 10,000 100,000 บาท/ เดือน สมัครฟรีวันนี้ รับงานไปทำได้เลย และผู้ที่เข้าไปสมัครเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ล้วนเป็นเด็กที่กำลังศึกษาอยู่ หรือเพิ่งจบมาหมาดๆแทบทั้งนั้น แต่ก็อีกนั่นแหละ จะมีอะไรได้มาฟรีๆหามีไม่ในโลกนี้ คนอีกกลุ่มหนึ่งใช้ความเห็นแก่ตัวหากินบนความเห็นแก่ได้ของผู้คนสมัยใหม่ เมื่อหลอกล้อให้ไปฟัง และก็ตามสูตรจัดทีมงานมาเกลี้ยกล่อมให้คล้อยตาม ให้ใช้เงินซื้อตำแหน่งแห่งหน เพื่อแลกกับการทำงานสบาย จากนั้นเพื่อให้ได้เงินมาก เพื่อให้ได้เงินลงทุนคืนก็ต้องไปหาสมาชิกมาต่อๆจากเราไปเรื่อยๆ นี่แหละงานสบาย เราก็กลายเป็นคนหลอกกันไปหลอกกันมา โดยมีเพียงผลิตภัณฑ์เป็นตัวเชื่อม ธุรกิจแบบนี้กำลังขยายตัวอย่างเงียบๆแต่รวดเร็วมากบนโลกเสมือนจริง ในโลกไซเบอร์
            นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆในโลกแห่งความเป็นจริงที่แฝงเร้นไปด้วยความเจ็บปวด โลกที่กำลังดึงดูดให้จิตวิญญาณมนุษย์สู่จุดบอดจุดตาย แล้วอะไรล่ะที่พอจะเยียวยารักษาจิตวิญญาณของมนุษย์ไม่ให้ถูกพลังปีศาจดึงดูดไปได้ คำตอบ คือ ความดี แล้วความดีทำกันอย่างไรยังจำกันได้หรือเปล่า!!!  สิ่งแรกสุดคือการลดความเห็นแก่ตัวลงบ้าง ลดอย่างไรหรือ  ต้องไม่ดูถูกจิตวิญญาณ ไม่ดูถูกคุณค่าของตัวเอง สร้างคุณธรรมเป็นประจำ อย่าตอกย้ำเพียงเรื่องวัตถุ บรรลุภาวะในการกินอยู่ ไม่สู่รู้ไปเสียทุกเรื่อง ลดการโกรธเคืองเพื่อนพี่น้อง มองเห็นความต้องการของคนรอบข้าง สร้างสังคมด้วยรอยยิ้ม นิ่มนวลสงวนคำหยาบ กำหราบความโลภด้วยความรัก พักเรื่องกอบโกยโดยแทนที่ด้วยการให้ สละน้ำใจวันละนิด ชีวิตจะได้หลุดพ้นจากแรงดึงดูด ให้ความดีฉุดเราขึ้นสู่สวรรค์ แล้วเราจะข้ามผ่านวันเวลาที่ล้นไปด้วยความเห็นแก่ตัว เหลือแต่ความเห็นแก่ความดีไปด้วยกัน ความดีทำอย่างไรก็ไม่มีวันเต็ม ความดีทำอย่างไรก็ไม่มีวันพอ เพราะความดีไม่มีวันตายและท้าทายแรงดึงดูดของโลกได้เป็นอย่างดี
     *facebook Pope Report และเว็บไซต์http://www.popereport.com                                      ริเริ่มโดยเยาวชนหนุ่มผู้หนึ่งที่ได้เสียสละเวลา เสียสละเงินเดือนส่วนตัว แปลข่าวรายงานข่าวเกี่ยวกับพระสันตะปาปา ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 จนถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16  ช่วยกันเป็นกำลังใจและแวะเวียนไปเยี่ยมชม ไปอ่านเรื่องราวดีๆงามๆได้ครับ แล้วท่านจะรักพระสันตะปาปาและพระศาสนจักรมากยิ่งขึ้น...

ไม่มีความคิดเห็น: