วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

รู้ทันสื่อ-รู้ทันกลคน

รู้ทันสื่อ-รู้ทันกลคน

ในสังคมที่เสพสื่อเป็นอาหารยามเช้า-เย็น เห็นเป็นเรื่องสามัญประจำวัน ให้ความสำคัญกับกระแส แห่กันพูดแข่งกันวิจารณ์ เรากำลังก้าวสู่ยุค บริโภคสื่อ อย่างเต็มตัวเต็มขั้น แต่ผู้คนก็ยังไร้การกลั่นกรอง ไร้ภูมิต้านทาน รับเอาสายธารข่าวสาร ที่มีเท็จมากกว่าจริง ไร้สำนึกในสำเหนียก เสียงเรียกแห่งจรรยาถูกละเลย กำลังคุกคามสามัญสำนึกของคนในสังคมที่มองเห็นเป็นเรื่องปกติ ความวิปริตพิสดารจึงเต็มบ้านเต็มเมือง เรื่องที่พูดคุยกับมีแต่เรื่องดาราแย่งผัวเปลี่ยนเมีย เลิกลา ย้ายค่ายสับคู่ เป็นอยู่อย่างนี้ทุกวัน หรือนี่สังคมเราจะเป็นเมือง โซโดมบันเทิง โกโมราเริงรมย์ ไปแล้ว ...

และทำไมข่าวประเภทนี้ ถึงออกมาให้เห็นพลุกพล่านเต็มหน้าสื่อ เพราะเหตุใดคนทั่วไปถึงสนใจเสพข่าวแบบนี้กันมากขึ้น คำตอบที่ง่ายๆก็คือ เรื่องนี้เป็นวัฒนธรรมของสังคม ที่ชอบรู้เรื่องของคนมีชื่อเสียง เรื่องของชาวบ้าน เรื่องของคนอื่น เพราะสิ่งนี้จะสร้างคำซุบซิบ นินทา พูดคุยกันได้สนุกปาก ยิ่งในยุคที่สื่อประเภทต่างๆ เกิดการขยาย ค้าขายหากำไรจากสิ่งไร้สาระ ด้วยการเล่าข่าว เพลง ละคร หาคนที่ดูเหมือนจะทรงภูมิมาออกความคิดเห็น เป็นขาประจำ มีแต่ผู้รู้จริงแต่หาได้รู้แจ้ง และที่สำคัญการเข้าถึงสื่อของผู้คนเริ่มง่ายขึ้น หากไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ก็ยังไปฟังต่อที่วิทยุได้ และหากพลาดอีก ก็ยังไปตามที่โทรทัศน์หรือเว็บไซต์ต่างๆ ช่องทางการสื่อสารได้เปิดกว้าง จนเดินไปทางไหน ก็ต้องไปชนไปสะดุด หยุดกับข่าวสารประเภทนี้

สื่อมวลชนก็ฉาบฉวย ช่วยเพิ่มกระแสความดัง เพราะจะได้สตางค์เข้ากระเป๋าได้ง่าย แค่เอาเรื่องส่วนตัวมาทำเป็นเรื่องสาธารณะ ได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายรายการและตัวผู้ที่ตัวเป็นข่าว ที่ต้องการสร้างกระแส ก็รวมหัวกันหลอกลวง ถึงแม้เรื่องที่ออกมาจะเป็นด้านมืด แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีพื้นที่ข่าวออกมาเลย บางคนก็ใช้การสร้างกระแสด้วยการเล่นกับความรู้สึกของคนทั่วไป สร้างกระแสสังคม สร้างความแปลกใหม่ นี่แหละกลยุทธ์การโฆษณา แนวใหม่ที่เข้ามาแบบแยบยล จนคนทั่วไปตามไม่ทัน อย่างเช่น...

เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการปล่อยคลิปสั้นๆ สร้างความฮือฮา ทำให้เกิดกระแสรุนแรง เป็นภาพนักศึกษาผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบล็คเบอร์รี หรือ บีบี ในระหว่างชั้นเรียนที่อาจารย์หญิงกำลังสอนอยู่ มีเสียงเรียกเข้าของข้อความบีบีของนักศึกษาดังตลอดเวลา จนในที่สุดก็มีเสียงโทรศัพท์เข้า และอาจารย์ที่สอนอยู่หน้าห้อง เดินมากระชากโทรศัพท์ และขว้างลงพื้นจนแตกกระจาย

คลิปดังกล่าวสร้างความฮือฮา มีคนเข้าไปดู 1,000,000 ครั้ง ใน YouTube นี่เป็นช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้จากจำนวนครั้งที่มีคนเข้าไปชม 1,000 ครั้ง จะได้ 2 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อมาภายหลังกระแสเริ่มซา ก็ปรากฏว่า มีการปล่อยคลิปตัวเต็มๆเพื่อเรียกกระแสอีกครั้งในโลกอินเทอร์เน็ต โดยระบุชัดว่า คลิปเขวี้ยงบีบีดังกล่าว ที่แท้เป็นภาพยนตร์โฆษณาอาหารประเภทฟาสต์ฟูดยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น ทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกว่าถูกหลอกลวง ถูกแหกตา ถูกสวมเขา คนที่คิดนี้ถือว่าเป็นคนเก่งในแง่ของการทำโฆษณา แต่ถือว่าไร้สำนึกในความเป็นคนอย่างสิ้นเชิง การล้อเล่นกับความรู้สึกของผู้คนนี่หรือคือจรรยาบรรณของผู้ผลิตสื่อ

แล้วเราจะรู้ทันสื่อได้อย่างไร จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ขั้นแรกสุดเราต้องรู้จักกลั่นกรอง โดยนำหลักของโสเครติสมาใช้...

โสเครติส (นักปรัชญากรีก) ได้รับยกย่องให้เป็นมหาปราชญ์ วันหนึ่งมีคนรู้จักบังเอิญพบกับนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ และพูดขึ้นว่า คุณรู้อะไรมั๊ย ? ผมได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนของคุณมาเรื่องหนึ่ง” “ช้าก่อน...โสเครติสตอบ ก่อนที่ท่านจะบอกข้า ข้าอยากที่จะให้ท่านผ่านการทดสอบสักเล็กน้อย ข้าจะเรียกมันว่า บททดสอบกลั่นกรองสามชั้น กลั่นกรองสามชั้น?” โสเครติสกล่าวต่อไป ก่อนที่ท่านจะเล่าเรื่องของเพื่อนของข้า มันอาจจะเป็นการดี ที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อกลั่นกรองเรื่องที่ท่านจะพูด และนั่นคือสาเหตุว่า ทำไมข้าจึงเรียกมันว่า บททดสอบตัวกลั่นกรองสามชั้น ตัวกลั่นกรองแรก คือ ความจริง ท่านแน่ใจจริงๆ หรือว่า สิ่งที่ท่านกำลังจะบอกข้านั้นเป็นเรื่องจริง?” เปล่าหรอก... ชายผู้นั้นตอบ อันที่จริง ข้าก็แค่ได้ยินเรื่องนี้มาเท่านั้นเอง แล้วก็... อาเถอะ เอาเถอะ ไม่เป็นไรโสเครติสกล่าวต่อ ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่ท่านรู้มาจริง หรือ เท็จ คราวนี้ มาลองทดสอบตัวกลั่นกรองตัวที่สองกันดู ตัวกลั่นกรองที่สอง คือ ความดี เรื่องที่ท่านกำลังจะบอก เป็นเรื่องดี หรือไม่ ?” ไม่ เป็นเรื่องตรงกันข้าม...ถ้าเช่นนั้นโสเครติสกล่าวต่อ ท่านต้องการบอกข้าเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีของเขา แต่ท่านไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่อง จริงหรือไม่... ไม่เป็นไร ยังไงเสีย ท่านอาจจะผ่านการทดสอบนี้ก็ได้ เพราะยังเหลือตัวกลั่นกรองอีกหนึ่ง ตัวกลั่นกรองสุดท้ายนี้คือ ความมีประโยชน์ ท่านคิดว่าเรื่องที่ท่านกำลังจะบอกข้านั้น จะเป็นประโยชน์อะไรกับข้าหรือไม่ ?”ไม่รู้สิท่าน...คงจะไม่ อื่มมม.... โสเครติสสรุป ถ้าเรื่องที่ท่านจะบอกข้านั้น ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องดี และไม่มีประโยชน์ เหตุใดท่านจึงอยากบอกข้าเล่า ?”

ลองใช้ตัวกลั่นกรองทั้งสามตัวนี้ เพื่อเราจะได้รู้ทันสื่อ รู้ทันกลคน เพื่อสร้างภูมิต้านทาน อย่าคิดว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ ไม่เช่นนั้นเราก็คือเหยื่ออันโอชะ ของการตลาดแนวใหม่อย่างไม่ทันรู้ตัว....

ไม่มีความคิดเห็น: