วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565

ก้อนหินก้อนนั้น

 

ก้อนหินก้อนนั้น

>>>หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น
หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง<<<

(เพลง ก้อนหินก้อนนั้น :โรส ศิรินทิพย์)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่หัวหิน บรรยากาศก็ร้อนแสนร้อน ลมทะเลก็ร้อน จะไปนอนเล่นชายหาดก็แสบตาแสบผิวเกินทน ยิ่งแสงพระอาทิตย์ยามที่สาดส่องมา บอกให้รู้เลยว่านี่คือฤดูร้อนแล้วนะ ต้องนอนตากแอร์ในห้องเป็นเสียส่วนใหญ่ ยามเย็นอากาศเริ่มดี จึงลงไปเดินเล่นเพลิน ๆ บนชายหาด แม้จะเป็นวันธรรมดาแต่ก็เห็นผู้คนหนาตาขึ้นมามากเลยทีเดียว ทั้งไทยทั้งเทศ แต่ก็ยังไม่ได้คึกคักนัก บนหาดที่กว้างเพราะช่วงเย็นน้ำจะลง เห็นร่องรอยหอย ปู วิ่งเล่น สร้างศิลปะบนพื้นทรายอย่างงดงาม โลกนี้มีมุมงามเสมอ


ใช้เวลาเดินไปเดินมาตามชายหาด ความคิดก็ลอยละล่องไป ความทรงจำเมื่อวันวานก็วนเวียนผ่านมาเรื่องแล้วเรื่องเล่า หลายเรื่องก็คือความผิดพลาดระหว่างทางของเรา หลายเรื่องก็เป็นความอคติบนความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง บางเรื่องก็เป็นความยุติธรรมที่เราทำเพื่อปกป้องตัวเองและผู้อื่น เรื่องบางเรื่องสร้างความเจ็บปวดทางใจมาหลายปี สร้างรอยแค้น ความเกลียดชังต่อกันจนมิอาจจะคืนความสัมพันธ์ จากกันไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด พอมีเวลาได้ไตร่ตรองได้มองย้อน บ่อยไปเราก็ใช้มาตรฐานเราไปตัดสินคนอื่น ใช้ความเคร่งครัดในกฎเกณฑ์บีบรัดผู้คนจนลืมที่จะผ่อนคลายให้กับตัวเรา ใช่หรือไม่ เรามักมีข้ออ้างในการกระทำของตัวเองเสมอ เพื่อให้ดูดีในสายตาผู้อื่น เพื่อเอาใจคนที่มีผลประโยชน์กับเรา แท้จริงความยุติธรรมที่เราแอบอ้างก็มีเพื่อตัวเองทั้งนั้น เรากระทำต่อผู้อื่น ไม่นานนักก็ต้องจากลาห่างหายกันไป  แต่หัวใจเรา จิตวิญญาณเราต่างหาก ที่จะคงอยู่กับเราตลอดไป เราจึงควรซื่อสัตย์ต่อตัวเองจนวันตาย

.           ฉะนั้นต้องเตือนใจอยู่เสมอ ว่าอะไร ๆ ก็ไม่แน่นอน สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น ตำแหน่ง หัวโขน ชุดที่สวมใส่ ก็ไม่เที่ยง ไม่ว่าเป็นอะไรก็กลายเป็นอื่นได้เสมอ เพราะเป็นของชั่วคราว ถ้าไปหลงคิดว่า มันเป็นของเราจริง ๆ หลงคิดว่าเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เปรียบเสมือนเรากำเพชรล้ำค่าไว้ ทั้งที่จริงมันคือก้อนหิน เราบีบเรารัดเราเก็บไว้ไม่ยอมปล่อยออกไป เราก็เจ็บมือตลอดไป หากจะนำไปขว้างปาใส่ในวันที่ต้องตัดสินลงโทษคนอื่น เราก็ไม่กล้า เพราะก้อนหินก้อนนั้นเราให้ค่ามันเกินไป จิตใจจิตวิญญาณของเราต่างที่ต้องแข็งแกร่งให้เป็นดังหิน ให้กลายเป็นเพชร แม้จะใช้ขว้างใส่ผู้อื่นมันก็คือ เมตตาและความปรารถนาดี

            ในทุกวันนี้เราต่างก็ใช้การตัดสินใครต่อใครกันมากมาย โดยฉพาะในโลกออนไลน์ เกือบทุกเรื่องในโลกใบนี้เรารู้ความจริงไม่หมด เราก็แค่เม็ดทรายบนชายหาดที่กว้างใหญ่ เราตัดสินไปเพราะอารมณ์พาไป เพราะพวกมากลากไป เพราะเชื่อสื่อที่ชี้นำ เพราะเราอ่อนแอเกินไป จึงหาทางปกป้องตัวเอง บางทีถ้าปล่อยหินก้อนนั้นลงบ้าง เป็นเราเองนั่นแหละที่สบายใจ เป็นเราเองนั่นแหละที่ไม่เป็นทุกข์ เดินหลีกทางออกจากการตัดสินผูอื่นกันบ้าง เราจะได้ไม่เจ็บที่บีบกำไว้ ถ้าเมื่อจำต้องปาออกไป เราจะได้ไม่ปาขว้างอารมณ์ใส่คนอื่นในนามความยุติธรรม เพราะแท้จริงแล้ว ความยุติธรรมที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความเมตตาเสมอ

ไม่มีความคิดเห็น: