วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

สัก...วัน...ธรรมดา

 

สัก...วัน...ธรรมดา

ต้นสักข้างที่พักมีใบหนาแน่นพอสมควร ในวันที่มีสายลม สายฝน พัดผ่าน ทำให้ใบที่แก่ร่วงหล่นใส่หลังคาที่จอดรถ ก่อให้เกิดเสียงดังยามค่ำคืน เช้าตื่นขึ้นมาก็เห็นใบสักเกลื่อนทั้งบนระเบียงบ้าน ทางเดิน แม้กระทั่งในที่จอดรถ ทำให้ต้องกวาดเก็บกันเกือบจะทุกวัน สิ่งที่ได้เห็น...บางใบก็อาจจะถึงกาลเวลาของมันที่ต้องจำจากต้น บางใบแม้ยังอ่อนเยาว์ ใบเขียวอ่อน ขนาดไม่ใหญ่ แต่กลับต้องห่างหายหล่นลงพื้น ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนี้ เป็นความธรรมดา เป็นไปตามธรรมชาติ เกิด แก่ เจ็บป่วย ล้มหายตายจาก ยิ่งในสถานการณ์โควิดระบาดระลอกใหม่ที่มีความรุนแรงและติดต่อกันง่ายดายปานสายลมที่ผ่านมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้บางคนติดเชื้อ เกิดความอ่อนแอ และจากโลกนี้ เหมือนใบไม้ที่ร่วงหล่น ยามนี้วันนี้ กำลังบอกเราว่า ชีวิตเรานั้นมีค่านัก หมั่นดูแล รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทำตามคำแนะนำไม่ไปมั่วสุมเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะนำเชื้อมาสู่เรา ในเวลานี้เช่นกันเราก็ต้องทำให้จิตวิญญาณของเราแข็งแกร่งขึ้นด้วย แม้ว่าสักวันเราก็ต้องหลุดพ้นจากโลกนี้ แต่เราต้องจากไปอย่างมีคุณค่า

ใช่หรือไม่ ในวันเวลาที่ผ่านมา บางครั้ง ชีวิตมันเต็มไปด้วยการคาดหวังที่อัดแน่น จนอึดอัดไปหมด ลองปล่อยและยอมรับกับความผิดหวัง เพราะจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น ไม่ต้องเก่งพิเศษเกินกว่าใคร แค่เก่งขึ้นกว่าตัวเราในอดีตก็พอ  เรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่สมบูรณ์แบบ  ไม่ต้องวิ่งตามมันจนเหนื่อย เพราะสุดท้ายเราจะหมดแรง เดินช้าบ้างก็ได้ ไม่ต้องกลัวที่จะล้ม ครั้งต่อไปเราจะเดินเป็น ปล่อยชีวิตให้เป็นในแบบที่มันอยากเป็น ไม่ต้องสมบูรณ์แบบไปเสียทุกเรื่อง แค่มีความสุขกับความธรรมดาในแต่ละวันก็พอ 

ในโลกสมัยใหม่อันเป็นโลกแห่งการแข่งขัน เป็นโลกแห่งวัตถุนิยม กระแสของวัตถุนิยมนี่เองทำให้เราหลงมองสิ่งต่าง ๆ รอบกายเสมือนว่าทุกสิ่งมีแก่นสารในตัวของมันเอง เป็นลำต้นที่ใช้เกาะเกี่ยว และปล่อยชีวิตจิตใจให้ลอยละล่องไปกับความอิสระเสรีภาพ ไม่ให้คุณค่ากับความคิดสร้างสรรค์ ซ้ำยังถูกลดทอนด้วยการ ใส่กฎ ใส่กรอบ ใส่ความหมายไปในเชิงวัตถุ โลกจึงผันแปรสู่ยุคของการพัฒนา สู่ความแปลกใหม่ ทุกสิ่งต้องรวดเร็ว แรงขึ้น วิถีแห่งความธรรมดาจึงถูกมองว่าเป็นความเก่า เชย โบราณ ล้าสมัย ไดโนเสาร์ เป็นที่รังเกียจรังงอนของคนยุคใหม่ชาวอินเตอร์เน็ต

            มองดูต้นสักยังให้คิดต่อไปว่า ต้นสักจะมีค่าจริง ย่อมต้องใช้วันเวลาเติบโตอย่างยาวนาน เหมือนกับการเพาะบ่มตัวตนให้กล้าแกร่ง ต้นไหนอ่อนแอย่อมไม่เติบโตเหี่ยวเฉาไป ซ้ำร้ายอาจจะถูกโค่นทิ้ง ในแต่ละวงปีของต้นสักนั้นย่อมผ่านการผลัดใบมามากครั้ง ใบแล้วใบเล่า ใบเก่าหล่นจากสูงสู่ต่ำ ใบใหม่เกิดแทน และก็คงไม่รู้ว่าวันไหนจะร่วงหล่น วันไหนจะถูกลมแรงกระชากจากลา วันไหนจะถูกนก หนู กระรอก งู ฯ เหยียบ ไต่เต้า ใช้เป็นทางผ่าน และเมื่อผ่านพ้น รอดมาได้ ก็เจริญมีขนาดใบใหญ่โตงดงาม อาจจะมีบ้างถูกแทะโลมเล็มด้วยแมลงให้มีรู มีรอย ไม่นานก็ต้องถึงกาลจำจากต้นต่อ

          วันนี้ผู้คนในสังคมสมัยใหม่ ต่างกำลังทะยานอยากไม่รู้จบ กระหายไขว่คว้าในความไม่ธรรมดาอย่างไม่รู้สิ้นสุด ทุกสิ่งต้องสร้างความแปลกใหม่ ตื่นเต้นเพื่อสนองการรับรู้แบบรวบลัดตัดตอน  สะท้อนสู่เป้าหมายเพื่อการค้าการขายของ ความไม่ธรรมดาในวันนี้ที่เราต่างสร้างกันขึ้นมามันหลุดจากแก่นแห่งความเป็นจริงไปมาก หลุดรอดจนกระทั่งไม่กลัวผิดถูก ไม่กลัวเวรกรรม ไม่กลัวจะตกนรก เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนไร้สาระในสายตากลุ่มชนคนรุ่นใหม่ ในวันนี้สื่อสมัยใหม่จึงเต็มไปด้วยคนที่อยากเป็นดารา นางแบบ อยากเป็นคนรวย เป็นคนโด่งดังมีชื่อเสียงด้วยการสร้างดราม่า ก้าวไปเป็นนักการเมือง นักการเมืองก็อยากเป็นรัฐมนตรี อยากเป็นคุณหญิงอยากเป็นคุณนาย หลงลืมตัวตน  เพราะเราล้วนมองข้ามความสมบูรณ์ในความธรรมดาที่เราต่างมีกันอยู่แล้ว เราเป็นความดี เป็นความรักของพระเจ้า เราไม่เห็นคุณค่าอันแสนจะงดงามตามธรรมดา กระแสสังคม บ่มเพาะความอยาก จนมองข้ามความเป็นคนธรรมดาไปจนหมดสิ้น

    ต้นสักที่เติบใหญ่มีใบมากมาย ให้ร่มเงา เป็นที่พักพิง เป็นที่อิงแอบของต้นกาฝาก เพราะแข็งแรงจึงแบ่งปัน เพราะมีแล้วจึงรู้จักให้ เพราะธรรมชาติคือความเกื้อกูลกัน อยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ธรรมดาคือธรรมชาติ ธรรมชาติคือธรรมะ ธรรมะคือพระเจ้า เรากำลังหลงลืมลงไปทุกวันหรือรอจนกว่าเราจะเป็นใบที่กำลังร่อแร่ใกล้ร่วงหล่น บางทีสิ่งที่เราแต่ละคนน่าจะเรียนรู้ อาจจะไม่ใช่เรื่องนอกตัวที่ใหญ่โต แต่เป็นสิ่งธรรมดา ๆ ในแต่ละวันนี่แหละ รู้จักเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตภายในเป็นที่ตั้ง ฟังเสียงภายใน เสียงพระ เรียนรู้เข้าใจตัวเองและผู้อื่น ซึ่งก็เป็นวิถีชีวิตที่แสนจะง่ายงามและธรรมดาที่สุด จะส่งผลให้จิตวิญญาณงอกงาม การรู้จักคุณค่าของตนเองในฐานะคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ก็เป็นการเรียนรู้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เพราะอย่างไรเสีย สักวัน เราก็จะกลับคืนสู่ธรรมดาสามัญ อย่าอะไรกันนักเลย....

ไม่มีความคิดเห็น: