วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2562

เมตตาพาดับร้อน


เมตตาพาดับร้อน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น อากาศร้อนถึงขั้นเผาผลาญความสุขของคนไทยให้ละลายหายไป ใครที่อยู่กลางแดดนาน ๆ ได้ ผิวหนังคงไหม้เกรียม กลายเป็นคนแก่แดดไปโดยปริยาย อากาศร้อนแรงนำพามาซึ่งความร้อนร้ายของอารมณ์ผู้คน เราหงุดหงิดฉุนเฉียวกันง่ายขึ้น ความอดทนน้อยลง ยิ่งในวันนี้ที่สังคมมีแต่ความสับสนวุ่นวาย เอารัดเอาเปรียบ และชิงดีชิงเด่น เอาชนะคะคานกันให้ได้ดังใจ คิดถึงแต่ความเก่งของตัวเอง คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล พระอาทิตย์เลยหมั่นไส้ แสดงตนให้โลกรู้ว่า แท้จริงแล้วไม่มีใครยิ่งใหญ่เกินธรรมชาติไปได้หรอก หยุดความหยิ่งยโส หยุดความอวดโอ้โม้ความรู้ความเป็นเลิศกันเสียที มาสร้างความเห็นอกเห็นใจ ให้โอกาสและให้อภัย เพื่อสร้างสังคมให้ร่มเย็นสู้กับอากาศที่ร้อนแรง เหมือนเมื่อครั้งหนึ่งที่โลกนี้ได้จารึกเรื่องราวดีงามในนามของความเมตตาเอาไว้
ผู้กำกับชาวบราซิลชื่อดัง  “Walter Salles” กำลังค้นหาตัวนักแสดงที่เหมาะสมสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา “Central do Brasil” มีผู้มาให้คัดตัวมากมาย  แต่ก็ยังไม่ถูกใจเขา วันหนึ่งระหว่างออกไปทำธุระ ผ่านสถานีรถไฟ  มีเด็กผู้ชายวิ่งมาถามเขาว่า “ขัดรองเท้าไหมครับท่าน” เขามองดูรองเท้าตัวเอง  ซึ่งก็เพิ่งขัดมาไม่นาน  จึงตอบปฏิเสธไป  แต่เด็กน้อยก็เดินตามเขาไป  พร้อมพูดกับเขาด้วยแววตาวิงวอนว่า  “วันนี้ทั้งวันยังไม่มีเม็ดข้าวตกถึงท้องเลย  อยากขอยืมเงินไปซื้อข้าวกินหน่อย  ผมสัญญาว่าจะจ่ายเงินคืนให้ภายในหนึ่งอาทิตย์ครับ”  เขาเห็นว่ามันเป็นเงินเล็กน้อย  และเหตุการณ์เด็กเร่ร่อนมาขอเงินก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ  เขาจึงควักเงินให้เด็กน้อยไป

เวลาผ่านไปครึ่งเดือน  เขาลืมเรื่องนี้ไปหมดสิ้นแล้ว  วันนั้นเขาก็ผ่านมาใช้สถานีรถไฟนั้นอีกครั้ง  มีเด็กคนหนึ่งวิ่งมาหาเขาแต่ไกลพร้อมตะโกนว่า  “คุณครับ  รอแป๊ปนึง” เมื่อเด็กน้อยวิ่งมาใกล้แล้ว  เขาจึงจำหน้าเด็กที่เคยมาขอเงินคนนั้นได้  เด็กน้อยพูดอย่างกระหืดกระหอบว่า “คุณครับ  ผมมารอคุณตั้งหลายวันแล้ว  ขอบคุณที่ให้เงินผมยืมครับ”  พร้อมยื่นเงินเหรียญหลายเหรียญคืนใส่มือของเขา  เขามองดูเหรียญในมือ บังเกิดความรู้สึกดี ๆ กับเด็กน้อยคนนี้
ผู้กำกับก้มมองดูหน้าเด็กน้อยอย่างพินิจพิเคราะห์  เกิดความรู้สึกว่า  เด็กคนนี้ช่างเหมาะกับบุคลิก “เด็กน้อย” ในภาพยนตร์ของตนที่กำลังค้นหานักแสดงอยู่  เขาพูดกับเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มว่า  “พรุ่งนี้หนูลองมาทดสอบหน้ากล้องที่บริษัทหน่อย  อาจทำให้หนูมีโอกาสได้ดีใจครั้งใหญ่ในชีวิต”
รุ่งขึ้นตอนเช้า  พนักงานขึ้นมารายงานผู้กำกับว่า มีเด็กกลุ่มใหญ่มารออยู่หน้าประตูบริษัท เขาออกไปดูเหตุการณ์ ก็พบเด็กน้อยวิ่งมาหาเขาด้วยความตื่นเต้นพร้อมพูดกับเขาว่า  “คุณครับ  เด็กเหล่านี้ก็เป็นเด็กเร่ร่อนเหมือนผมที่ไม่มีพ่อแม่  ผมอยากขอให้พวกเขามีโอกาสได้ดีใจแบบเดียวกับผมบ้าง เลยชวนมาทั้งหมด  อยากขอโอกาสให้พวกเขาทุกคนด้วยครับ” ผู้กำกับรู้สึกตื้นตันในน้ำใจของเด็กคนนี้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า  จะได้เจอเด็กเร่ร่อนที่มีจิตใจเมตตาปราณีได้ดีงามถึงเพียงนี้  ในเมื่อพวกเขาก็มาพร้อมกันอยู่ที่นี่แล้ว  เขาจึงสั่งให้ลูกน้องจัดการทดสอบหน้ากล้องพร้อมทดสอบการแสดงออกของเด็กทั้งกลุ่ม ในที่สุด เด็กหลายคนถูกคัดเลือกออกมา  พวกเขาดูมีความพร้อมและเหมาะสมกว่าเด็กน้อยคนนั้นของผู้กำกับเสียอีก
แต่สุดท้าย ผู้กำกับก็ตัดสินใจเลือกเด็กน้อยคนเดิมไว้ เขาบรรจงเขียนข้อคิดเห็นบนข้อมูลเด็กน้อยคนนั้นว่า  “ความเมตตา ไม่ต้องผ่านการทดสอบ” เด็กน้อยที่มีอายุแค่ประมาณสิบขวบ  แม้ชีวิตจะอยู่ในภาวะขัดสน  แต่กลับยอมนำเอาโอกาสดี ๆ ของตนมาแบ่งปันกับเพื่อน ๆ  นี่ช่างเป็นความเมตตาที่งดงามและยิ่งใหญ่จากมนุษย์ตัวน้อย ๆ คนนี้  เขาแน่ใจว่า  เด็กน้อยคนนี้แค่ใช้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองแสดงออกมา  แค่นั้นก็เพียงพอโดยไม่ต้องมีการปรุงแต่งใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วเด็กน้อยก็สามารถตีบทแตกอย่างสุดยอดในบทบาทที่น่าประทับใจที่สุด
จากบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งผลให้ Viniclus de Oliveira กลายเป็นดาราดังชั่วข้ามคืน ภาพยนตร์ได้กวาดรางวัลจากสถาบันต่าง ๆ ทั่วโลกรวม 36 รางวัล (1998-99) มีแต่เสียงชื่นชมจากทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์  เด็กน้อยกลายเป็นนักแสดงที่ดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืน  และสามารถกลายเป็นนักแสดงยอดนิยมของประเทศบราซิล กลายเป็นนักแสดงระดับแนวหน้า  และยังเป็นประธานบริษัทในวงการภาพยนตร์  (Cr. ขจรศักดิ์)


คนที่มีใจเมตตาปราณี มักจะมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเสมอ อย่ามัวแต่เรียกร้องโหยหาความสุข แต่ต้องนำพาความเมตตาออกมาจากชีวิต เพื่อให้ชีวิตผู้คนที่ผ่านพบได้พบกับความร่มเย็นเป็นสุข พระเมตตาจะยิ่งใหญ่เมื่อมีผู้นำไปทำให้เกิดผล

ไม่มีความคิดเห็น: