วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2557

มุมเล็ก ๆ สร้างโลกให้งดงาม (ตอน 1)

มุมเล็ก ๆ สร้างโลกให้งดงาม
(ตอน 1)
            หากเปรียบตัวเรากับโลก เราก็เป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บนโลก หากเปรียบโลกกับจักรวาล โลกก็เป็นเพียงดาวเคราะห์น้อย ๆ ที่ล่องลอยท่ามกลางดาวดวงอื่น ๆ อีกนับล้าน ๆ ดวง แล้วเมื่อเปรียบตัวเรากับสิ่งสร้างอย่างจักรวาลเราก็เป็นเพียงเศษธุระ จุลภาคหนึ่ง แต่ด้วยความที่เราอาศัยอยู่บนโลก เราก็เลยคิดว่าโลกนี้กว้างใหญ่ วันหนึ่งที่มนุษย์เราสามารถเชื่อมโลกด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โลกจึงดูเล็กลง เราจึงสร้างโลกส่วนตัวขึ้นมา เห็นแต่ความยิ่งใหญ่ของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่โลกนี้ยังมีผู้คนอีกมากมาย แล้วในความหลากหลายนั้นมีสิ่งดีงามเกิดขึ้นมาสม่ำเสมอ แม้จะเกิดขึ้นในมุมเล็ก ๆ การกระทำเล็ก ๆ ที่งดงามในนามของการให้ หากโลกนี้ไม่มีคนที่คิดให้และแบ่งปัน คงอยู่ยากมากขึ้นทุก ๆ วัน วันนี้เรามาลองมองดูความงามในมุมต่าง ๆ จากโลกนี้ แล้วถามตัวเองกลับว่า วันเวลาที่ผ่านมาเราได้ “ให้” อะไรกับผู้คนบนโลกนี้มาบ้าง ไม่ต้องให้อะไรที่ยิ่งใหญ่เพียงแค่ให้ “ใจ” ความยิ่งใหญ่ก็จะตามมา

            เรื่องราวแสนมหัศจรรย์นี้ เริ่มต้นขึ้นที่หนูน้อยวัยเพียง 5 ขวบ ชื่อ แคทเธอรีน คอมเมล เธอได้ดูสารคดีเกี่ยวกับทวีปแอฟริกาเรื่องหนึ่ง ในสารคดีกล่าวว่า ทุก 30 วินาทีจะมีเด็กคนหนึ่งตายเพราะโรคมาลาเรีย เพราะที่แอฟริกายากจนไม่มีเงินซื้อมุ้งกันยุงที่ชุกชุม จากนั้นเด็กอนุบาลตัวเล็ก ๆ ก็เริ่มต้นทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ชนิดที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึง โดยเธออดออมเงินค่าขนม แล้วขอให้แม่พาไปซื้อมุ้งที่แช่น้ำยากันยุง และให้แม่ช่วยหาทางส่งมุ้งไปที่แอฟริกา
           
แคทเธอรีน คอมเมล
กระทั่งผ่านไป 1 สัปดาห์เธอได้รับจดหมายขอบคุณจาก องค์กรการกุศล Nothing but net ที่จัดทำเรื่องส่งมุ้งไปให้เด็กแอฟริกาโดยเฉพาะ องค์กรการกุศลนี้บอกว่าเธอเป็นผู้บริจาคที่อายุน้อยที่สุด และถ้าบริจาคมุ้งครบ 10 หลังเธอจะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ       
            ด้วยความคิดและหัวใจที่ยิ่งใหญ่เกินวัย แคทเธอรีนขอให้แม่ไปเปิดท้ายขายของกับเธอ เอาหนังสือเก่า ของเล่น เสื้อผ้าเก่ามาขาย เพื่อหาเงินไปซื้อมุ้งเพื่อบริจาค เธอคิดแบบเด็กๆ เพียงว่าทุกคนที่ซื้อของท้ายรถจากแม่ของเธอ ก็ควรจะได้ใบประกาศเกียรติคุณด้วยเช่นเดียวกับเธอ แล้วเธอก็เริ่มลงมือทำใบประกาศเกียรติคุณด้วยลายมือของเธอเอง ทุกใบมีตัวหนังสือที่เธอเขียนเองว่า ในนามของคุณ เราได้ซื้อมุ้ง 1 หลังส่งไปแอฟริกาในเวลาไม่นานนัก เธอก็ได้เงินครบพอซื้อมุ้ง 10 หลัง บริจาคให้องค์กร Nothing but net จากความตั้งใจและความเอื้ออาทรครั้งนี้ทำให้เธอได้รับแต่งตั้งเป็น ทูตแห่งมุ้ง”       
            ไม่เพียงเท่านี้ เพื่อนบ้านของเธอนอกจากซื้อมุ้งจากแคทเธอรีนแล้ว ยังช่วยเธอทำใบประกาศเกียรติคุณอีกด้วย ขณะเดียวกันบาทหลวงในชุมชนก็ได้เชิญเธอไปพูดในโบสถ์ ทำให้เธอได้เงินบริจาคมาอีก 800 เหรียญ หลังจากนั้นเธอก็เดินทางไปพูดที่โบสถ์อื่น ๆ กระทั่งเธออายุครบ 6 ขวบ เธอได้รับเงินบริจาคไปแล้วกว่า 6,316 เหรียญ       
            จากนั้นเธอก็ส่งใบประกาศเกียรติคุณให้เจ้าของไมโครซอฟท์ ในนั้นเธอเขียนว่า คุณบิลเกตที่เคารพ เด็กแอฟริกาไม่มีมุ้งและจะตายเพราะมาลาเรีย พวกเขาต้องการเงิน แต่เงินอยู่ที่คุณด้วยใบประกาศเกียรติคุณนั้น ทำให้มูลนิธิบิลเกตประกาศบริจาคเงิน 100 ล้านบาทให้ “Nothing but net” จากให้หนึ่งแตกหน่อออกดอกผลอย่างมากมาย
           
ภาพ : อินเตอร์เน็ต
ในอีกมุมหนึ่งของโลก กลางดึกของคืนวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา นักศึกษาสาวคนหนึ่งวัย 22 ปี ชื่อ ดอมินิก ฮาริสัน-เบนเซน ได้ไปงานปาร์ตี้ในเมืองเพรสตัน เมื่องานเลิก เธอจะขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน ตอนนั้นเองที่เธอทราบว่ากระเป๋าเงินของเธอหายไป เธอไม่มีเงินติดตัวเลย ดึกก็ดึก หนาวก็หนาว เธอยืนงง ๆ อยู่ไม่รู้จะทำอย่างไร และแล้วก็มีชายเร่ร่อนขอทานคนหนึ่งที่อยู่บริเวณนั้น ได้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด ได้เดินเข้ามาหาเธอ หยิบยื่นเงิน 3 ปอนด์ที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่แค่นั้น ให้เธอไปจนหมดเพื่อเธอจะได้กลับบ้านได้
            เธอประทับใจในน้ำใจของเขามาก หลังจากวันนั้น ดอมินิกพยายามสืบเสาะตามหาชายเร่ร่อนผู้ใจดี จนในที่สุดก็ได้พบและทราบชื่อว่า ร็อบบี้ และยังทราบด้วยว่า ร็อบบี้เร่ร่อนไร้ที่อยู่อาศัยมาได้เจ็ดเดือนแล้ว เขาไม่ได้ใจดีกับเธอเท่านั้น เวลาที่เขาพบกระเป๋าเงินของใครที่ทำหล่นหาย เขาก็พยายามหาเจ้าของและคืนกระเป๋าเงินให้เจ้าของ บ่อยครั้งเขาให้ยืมผ้าพันคอของเขาแก่ผู้ที่ยืนหนาวสั่นขณะรอรถเมล์
            ในอังกฤษ หากใครไม่มีที่อยู่อาศัย ก็ไม่มีบ้านเลขที่สำหรับการติดต่อ ก็ไม่สามารถหางานได้ ดอมินิกจึงเริ่มรณรงค์โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้คนช่วยกันบริจาคคนละ 3 ปอนด์ (ประมาณเกือบ 150 บาท) เพื่อรวบรวมเงินไปซื้อบ้านหลังเล็กๆให้ร็อบบี้

            ทราบว่าตอนนี้เธอได้รับเงินบริจาคกว่า 9 พันปอนด์แล้ว และคงสามารถหาบ้านให้ร็อบบี้ได้ทันวันคริสต์มาส ก่อนที่อากาศจะหนาวเย็นมากไปกว่านี้ความงดงามยังเกิดขึ้นทุก ๆ วันบนโลกใบนี้  ( ต่อภาค 2 ในปีใหม่ครับ)

ไม่มีความคิดเห็น: