วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

จงรักจึงรอด

 

จงรักจึงรอด

>>> โลกวันนี้ดูน่ากลัว และน่ากลัวมากขึ้นทุกวัน

โลกวันนี้ดูวุ่นวาย และวุ่นวายขึ้นทุกวัน นำศรัทธามาปะปนกับคติการเมืองเรื่องส่วนตัว

อยู่อย่างกล้าท้าความกลัว มีมุมสงบเล็ก ๆ เพื่อสร้างสันติ คุณค่าคู่ควรของวันนี้ <<<



ค่าเงินดิจิทัลเหรียญคริปโตถล่มอย่างหนัก วิกฤตความเชื่อมั่นที่มีต่อเหรียญต่าง ๆ ทำท่าว่าจะร่วงลงแรงตามมา คนที่เคยลงทุนที่ย่ามใจว่าเป็นตลาดในการหาเงิน ทำกำไรง่าย ๆ กำลังสูญเสียกันทั่วหน้าภายในคืนเดียว เป็นยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว ในโครงสร้างระบบที่ทุกคนคิดว่าปลอดภัยที่สุด ก็ยังมีช่องว่างให้โจมตี นี่คือ สงครามเศรษฐกิจในระบบใหม่

วิกฤตศรัทธาต่อศาสนาก็ยังคงมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้นำจิตวิญญาณผู้นำจิตใจควรมุ่งสอนในทางสงบ แต่หลายบุคคลกลับสยบยอมต่อความโลภ ความหลงของตัวเอง ท่ามกลางความหลงในศรัทธาของผู้คน ท่ามกลางโลกที่มีแต่คนออกมาโอ้อวดสารพัดสารเพสรรพคุณ กระแสแรงในโลกออนไลน์ ยิ่งกว่าฟ้าฝนที่โหมเทสาดลงมา นำมาซึงความเสื่อมศรัทธา เป็นสงครามความเชื่อ

ท่ามกลางความหวาดหวั่นต่อสงครามที่ก่อตัวจากคนที่มีอำนาจไม่กี่คนบนโลกใบนี้ กำลังเขย่าโลกทั้งใบให้สั่นไหว หัวใจผู้คนไร้รักจึงจมปลักกับความโกรธเกรี้ยวกันเหลือคณานับ จะมีสักกี่ยุคกี่สมัยที่โลกใบนี้ปราศจากการรบราฆ่าฟันกัน ไม่เคยมี พัฒนาอาวุธเพื่อป้องกัน คือ ข้ออ้าง อาวุธ คือ สินค้าฆ่ารัก ประหารเมตตา แล้วเราจะมีความสงบสันติกันได้เช่นไร จะหาความรักความเมตตาได้จากไหน? คำตอบ คือ จากตัวเราจากใจเรา สร้างมุมรักเล็ก ๆ สร้างเรือนเมตตาน้อย ๆ ในพื้นที่ของเราให้เกิดขึ้น กลางพายุที่โถมใส่ บางทีเราจะยังมีมุมงดงามซ่อนอยู่

กาลครั้งหนึ่ง ยังมีพระราชา ทรงจัดประกวดภาพวาด “สันติ” ที่งามที่สุด ศิลปินจำนวนมากส่งผลงานเข้าประกวด  พระราชาทรงพินิจพิจารณาแล้วเลือกได้สองภาพที่ทรงโปรดที่สุด  พระองค์ต้องทรงตัดสินว่าจะให้ภาพใดได้รางวัล

ภาพหนึ่งเป็นภาพทะเลสาบสงบนิ่ง ผิวน้ำใสดุจกระจกเงา สะท้อนภาพภูเขาแวดล้อม เหนือหัว คือ ผืนฟ้าสีฟ้า เมฆขาวลอยเอื่อย  ทุกคนที่เห็นภาพนี้คิดว่านั่นคือภาพสันติที่งดงามสมบูรณ์



อีกภาพหนึ่ง คือ ภาพทิวเขาเช่นกัน แต่เป็นเทือกเขาหัวโล้นทุรกันดาร เหนือหัว คือ ฟ้าพิโรธ ฝนกระหน่ำหนัก สายฟ้าแปลบปลาบ  ข้างล่าง คือ น้ำตกทะลักลงจากเขา สายน้ำคลุ้มคลั่ง  มองอย่างไรก็ไม่รู้สึกว่ามีสันติ

ทว่า เมื่อพระราชาทรงพิศมองใกล้ ๆ ก็ทรงเห็นว่าหลังน้ำตกมีพุ่มไม้เล็กโผล่ขึ้นจากร่องแยกในโขดหิน  ในพุ่มไม้มีแม่นกสร้างรังอยู่  ณ ที่นั้น กลางสายน้ำโกรธเกรี้ยว แม่นกนั่งนิ่งอยู่ในรัง  อยู่ในสันติโดยสมบูรณ์ พระราชาควรจะทรงเลือกภาพใด? แน่นอน ทรงเลือกภาพที่สอง เหตุผลหรือ?

“เพราะสันติไม่ได้หมายถึงการอยู่ในสถานที่ที่เงียบสงัด ไร้สรรพสำเนียง ไร้ความยากลำบาก หรืองานหนัก” ทรงให้คำอธิบายต่อว่า “สันติหมายถึงการอยู่ท่ามกลางสิ่งทั้งหมดนี้ แล้วยังคงความสงบนิ่งในใจ  นั่นคือ ความหมายที่แท้จริงของสันติ”  (ที่มา: วิภาดา กิติโกวิทย์)

แล้ววันนี้ท่ามกลางวิกฤตหลากหลาย เรามีใจที่นิ่งสงบมากน้อยเพียงใด ศรัทธาที่แท้จริงมิใช่เรื่องการสวดมนต์เพียงอย่างเดียว อยู่ที่เรามีเมตตาต่อโลกนี้เพียงใด ท่ามกลางการรบราฆ่ากัน เพียงเพื่อช่วงชิงอำนาจ แต่อำนาจใดเลยจะยิ่งใหญ่กว่าอำนาจแห่งความรักที่มีต่อกันเล่า? ลองนิ่ง ๆ เราจะรู้ว่าหลังจากต้องทนทุกข์กันมานาน จิตวิญญาณของเราย่อมโหยหาสิ่งที่สูงส่ง ที่อบอุ่นกว่า บริสุทธิ์กว่าวีถีเดิม ๆ ของโลกใบนี้ นั่นคือ ความรัก

ไม่มีความคิดเห็น: