วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

รักไม่เคยลัก

 

รักไม่เคยลัก

>>> หากรักตัวเองไม่เป็นก็อย่าริรักใครเลย

ความรัก ความเมตตา การอภัย มักจะดินทางร่วมกันเสมอ

ความรักไม่เคยจางหายไปจากโลกนี้ มีเพียงเราไม่รู้จักนำรักมานำชีวิต<<<

ผ่านพ้นวันแห่วความรักตามกระแสโลกไปแล้ว หนุ่มสาวอาจจะกระตือรือร้นในวันนั้น อยากมีใครสักคนมาบอกรัก อยากได้ดอกไม้อยากได้ของขวัญสักช่อสักชิ้น อยากได้ยินคำมั่นสัญญา แต่สำหรับผู้ผ่านกาลเวลามา จะรู้ว่า ทุกวันนั้นเปี่ยมด้วยรัก และต้องมีรักทุกวัน รักที่จะห่วงใย รักที่จะดูแล รักที่ต้องเข้าใจ ใส่ใจ ไม่เอาแต่ใจ รักด้วยหัวใจมิใช่รักด้วยวาจาและอักษร หรือสิ่งของใด ๆ ความรักนั้น คือ สิ่งที่คงอยู่ และไม่เคยเปลี่ยน บางทีเราเรียกร้อง เรียกหาความรักจากคนอื่นมากไป แต่รักที่แท้จริงนั้นต้องเริ่มจากตัวเรา เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เพราะความรักมิได้วัดค่าด้วยความยิ่งใหญ่ เลิศเลอ หรูหรา อันใด เพียงแค่รักที่จะช่วยเหลือ เยียวยา ให้กับใครสักคนหนึ่ง


ฟรันทซ์ คัฟคา (๑๘๘๓-๑๙๒๔) ชายหนุ่มวัย ๔๐ ปี ผู้ที่ไม่เคยผ่านการแต่งงานและมีลูก  เดินไปที่สวนสาธารณะในเมืองเบอร์ลิน เขาพบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งร้องไห้ เพราะตุ๊กตาตัวโปรดของเธอหายไป หนูน้อยและคัฟคาช่วยกันค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ คัฟคาจึงนัดให้เธอมาพบในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้ช่วยกันหาตุ๊กตาตัวนั้นอีกครั้ง

วันรุ่งขึ้น เมื่อหาตุ๊กตาไม่เจอ คัฟคาจึงมอบจดหมายฉบับหนึ่งที่อ้างว่าถูกเขียนโดยตุ๊กตาตัวโปรดของเธอ มีใจความว่า  อย่าร้องไห้ไปเลย ฉันเดินทางเพื่อเที่ยวรอบโลก  แล้วไว้จะเขียนจดหมาย เล่าให้เธอฟังถึงการเดินทางของฉันนะ

เรื่องราวนี้ก็ได้ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งช่วงสุดท้ายในชีวิตของคัฟคา ในช่วงที่ทั้งคู่พบกัน คัฟคาก็บรรจงอ่านข้อความการผจญภัยของตุ๊กตาตัวโปรดนั้นและเป็นบทสนทนาที่หนูน้อยประทับใจมาก ในที่สุด คัฟคาก็ได้นำตุ๊กตานักเดินทางที่พึ่งมาถึงกรุงเบอร์ลิน (เขาซื้อเก็บไว้) และพามาหาหนูน้อยซึ่งเธอกล่าวว่า  มันไม่เหมือนตัวที่ฉันเคยมีเลย


คัฟคาจึงมอบจดหมายให้เธอ ที่เขียนโดยตุ๊กตาตัวโปรดว่าเพราะการเดินทางจึงทำให้ฉันเปลี่ยนไป หนูน้อยจึงสวมกอดตุ๊กตาตัวใหม่ และกลับบ้านไปอย่างมีความสุข ซึ่งคัฟคาเองก็เสียชีวิตหนึ่งปีหลังจากนั้น

หลายปีต่อมา เด็กหญิงแห่งวันวานเริ่มโตเป็นสาวแล้ว เธอได้พบจดหมายในตัวตุ๊กตาที่ถูกเขียนโดยคัฟคาว่า เธออาจจะต้องสูญเสียทุก ๆ สิ่งที่เธอรัก แต่ที่สุดแล้ว ความรักนั้นก็จะย้อนกลับมาหาเธอในรูปแบบอื่นได้เสมอเรื่องราวจากกลุ่ม : Humanity and Peace

ความรักอยู่ในชีวิตเรา อาจจะเปลี่ยนรูปร่าง เปลี่ยนสถานะไปตามกาลเวลา ตามสถานการณ์ ความรักเป็นหนทางออกของปัญหาได้เสมอ และถ้าเรามีความรัก เราก็จะมองไม่เห็นความเกลียดชังใดใดทั้งสิ้น แต่ในเมื่อเรายังเป็นมนุษย์ผู้อ่อนแอ อ่อนล้า ต่อแรงยั่วยุได้เสมอ เราจึงจำต้องทบทวนความรักในตัวเองบ่อย ๆ นั่นคือ การรู้จักรักตัวเอง (ไม่ใช่ความเห็นตัว) แล้วเราจะรักคนอื่นได้ง่ายขึ้น หากเรายังรักและอภัยคนอื่นไม่ได้ นั่นก็เพราะว่าเรายังรักตัวเองไม่เป็น ใยจึงจะออกไปตามหารักจากคนอื่นด้วยเล่า???….



ไม่มีความคิดเห็น: