วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ล้มที่เจ็บสุด ไม่ใช่ล้มเหลว

 

ล้มที่เจ็บสุด ไม่ใช่ล้มเหลว

>>> บางทีบางครั้งเราก็ไปเคร่งครัดกับคนอื่น ถึงคราวตัวเองบอกไม่เป็นไร

บางขณะที่ตอกย้ำ ขยำขยี้ คนอื่น ในโลกเสมือนจริง ทั้งที่ความดีของตัวเองก็ไม่งอกงาม

บางเวลาเราพูดดูดี ดูสวยหรู แต่มันไปผลักให้คนฟังพังล้มลง <<<

 

ในวันที่โควิดครองโลก วิถีเดิม ๆ กำลังถูกปรับเปลี่ยน หน้าที่ตำแหน่งการงานที่เคยเป็นเครื่องประดับประดา สร้างฐานะสร้างชื่อเสียง ก็หาใช่สิ่งที่ผู้คนวันนี้ปรารถรถนา แต่กลายเป็นการแสดงออกทางสังคมออนไลน์ บางทีถ้าถูกจังหวะ ถูกจริตสังคม ณ เวลานั้น ก็จะเป็นที่รู้จักเพียงข้ามคืน แล้วมะรืนก็ถูกลืมเลือนไป เพราะมีคนใหม่ เรื่องใหม่ ให้พูดถึงสนุกปากเข้ามาแทนที่ การกล่าวหาคนอื่นโดยไม่ต้องออกหน้าออกตา ไม่ต้องเผชิญหน้าก็ง่ายแสนง่าย สังคมเริ่มจะขี้ขลาด ดีแต่ลอบกัดลับหลังกันมากขึ้น คนที่ทำอะไรล้มเหลวก็จะกลายเป็นเครื่องมือระบายความหยาบที่สะสมในใจของคนเห็นแก่ตัว การกล่าวหาว่าคนอื่นเต็มโลกสมัยไปหมด คนล้มจะเจ็บหนักสุดก็ยุคนี้นี่แหละ การให้กำลังใจกันหาได้น้อยเต็มที

คนเราที่เกิดมาบนโลกใบนี้ ไม่เคยมีใครพบแต่ความสำเร็จและก็ไม่เคยมีใครล้มได้ทุกครั้ง ใช่หรือไม่ พระเจ้าไม่ได้ออกแบบมาให้เราเป็นผู้ชนะในทุกครั้ง ให้เราเรียนรู้ที่จะผิดพลาดเพื่อให้เติบโต ยิ่งล้มมากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแรงขึ้นเท่านั้น เอาสิ่งผิดหวังพลาดพลั้งมาเป็นประสบการณ์ เพื่อไม่ให้ล้มซ้ำ ล้มแล้วลุก  ถ้าชีวิตไม่พบเจอกับปัญหา เราอาจจะมองไม่เห็นใจของคน ถ้าชีวิตไม่เคยมีความล้มเหลว เราอาจไม่เห็นความไม่เที่ยงแท้ ถ้าชีวิตไม่เจอทั้งคนดี คนเลว เราอาจจะไม่มีโอกาสพัฒนาจิตวิญญาณ

ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง เราต่างก็เคยทำพลาด เคยทำคนอื่นเสียใจ เคยพูดผิด เคยทำผิด แต่เราต้องเรียนรู้ว่าสิ่งไหนที่เราทำพลาดแล้วเราจะไม่ทำอีก สิ่งไหนควรให้อภัยก็ควรให้อภัย  เพื่อที่จะเติบโต ยอมรับเพื่อที่จะปรับเปลี่ยน อย่าจมอยู่กับอะไรนานเกินไป  อ่อนแอบ้าง หยุดพักบ้าง เพราะเราก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง มีความรู้สึก และมีหัวใจ คนอื่นจะว่ายังไงก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา ไม่จำเป็นต้องมาแบกไว้

เชื่อหรือไม่ โลกนี้ไม่มีใครเก่งกว่าใคร เรามีสิ่งดีที่สุดในตัวเอง บางคนทำกับข้าวเก่ง ก็อยู่ได้อย่างสบายใจในยุคที่โลกนี้ต้องอยู่กับบ้านมากกว่าที่อื่น บางคนเป็นช่างทำโน่นซ่อมนั่น ไม่ต้องไปเข้าศูนย์ เข้าร้าน เปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสีย ที่ชำรุดที่บ้านเอง เรามีความสามารถในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น อย่าเอาความสามารถเรา ไปดูถูกหรือตัดสินคนอื่น ไปต่อว่าคนที่เขาทำไม่ได้แบบเรา  เรามีดี เขาก็มีดี   และเราทุกคนก็มีด้านมืด เคยคิดชั่ว ทำชั่ว ๆ เคยทำผิด เคยผิดพลาดมาด้วยกันทุกคน อย่าเที่ยวออกไปตัดสินใคร หยามเหยียด เยาะเย้ยใคร เราไม่ได้วิเศษไปกว่าใคร ที่ที่เราอยู่กับที่ที่คนอื่นอยู่ มันย่อมแตกต่างกัน อย่าไปโต้เถียงกับใครในโลกโซเชี่ยล มันไร้สาระเกินไป ทำให้เสียเวลา  ทำวันเวลาที่มีอยู่ ทำให้คนข้างตัวเรามีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะดีกว่ากันเยอะ


การจับปลาชำนาญแค่ไหนก็มีวันที่จะไม่ได้ปลาได้เหมือนกัน
การทำตามเสียงหัวใจ มโนสำนึกนั้นสำคัญ อาจจะขัดกับสิ่งที่เรายึดถือมาบ้างในบางครั้ง ดีกว่าไปฟังเสียงชื่นชมแบบกลวง ๆ ในสังคมที่พร้อมจะสมน้ำหน้าเราในวันที่ล้มเหลว เพราะเสียงภายในนั้นจะทำให้เราเข้มแข็งและจะทำให้เรารู้จักที่เคารพต่อทุกผู้คน ต่อสรรพสิ่ง ทุก ๆ ที่ ล้วนมีความรักของพระเจ้ารอให้เราหว่านแห ลงอวนไปเก็บเกี่ยวนำมาหล่อเลี้ยงชีวิตเรา เพียงแต่วันนี้เราไม่หว่านไม่ลงแหอวนในฝั่งที่พระเจ้าบอก.....

ไม่มีความคิดเห็น: