วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561

รอบรู้เพียงรอบรั้ว


รอบรู้เพียงรอบรั้ว
ช่วงปิดเทอม เด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ มีจังหวะชีวิตที่ดูจะผ่อนคลายลงบ้าง หลังจากที่ต้องคร่ำเคร่งกับการสอบปลายภาคเรียน ซึ่งต่างก็บ่นว่าข้อสอบยากมากไม่รู้จะได้คะแนนดีหรือเปล่า!!! คะแนนไม่สำคัญอยู่ที่ว่าเราเรียนและเตรียมตัวสอบเต็มที่หรือเปล่า ถ้าเต็มที่แล้วนั่นถือว่าทำดีที่สุดแล้ว แค่นี้ก็น่าที่จะภาคภูมิใจเป็นที่สุด ก็เป็นวิธีที่ปลุกขวัญให้พวกเขาเดินหน้าต่อไป และเมื่อพวกเขามีเวลาว่างเช่นนี้ ก็ต้องหากิจกรรมผ่อนคลาย ภารกิจหนึ่งคือพาหลาน ๆ ไปในที่ที่พวกเขาปรารถนาจะไป หลานสาวคนหนึ่งอยากจะมาทดสอบฝีมือด้านดนตรีที่โรงเรียนสอนดนตรีที่ดีแห่งหนึ่ง เพื่อพัฒนาด้านศิลปะ ส่วนอีกคนหนึ่งบอกอยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง เพราะอยากไปศึกษาเรื่องดวงดาว เลยจัดสรรเวลาพาไปเช่นกัน 


จำได้ว่าการมาท้องฟ้าจำลองในสมัยก่อนนั้นเป็นเรื่องที่ยากและไกลมา แต่เดี๋ยวนี้สะดวกนั่งรถไฟฟ้าไม่นานก็ถึง หลายครั้งที่ผ่านแถวนี้ก็ไม่เคยแวะเวียนเข้าไปดู ก็ถือโอกาสมากับหลานสาวนี่แหละ ภายในศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งนี้ร่มรื่นดี มีหลายตึกหลายอาคารให้เดินดูเดินชมก่อนที่จะถึงเวลาเข้าไปดูเรื่องราวของดวงดาว ตามอาคารต่าง ๆ แบ่งเป็นโซน มีห้องนิทรรศการอยู่หลายห้อง หลานสาวได้ทบทวนความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องชนิดลักษณะก้อนหิน เรื่องเวลาและพื้นที่ มีอุปกรณ์ให้ทดสอบเรียนรู้ เช่น อุโมงค์ที่มีไฟวิ่งวน ๆ ไปมา เมื่อเดินเข้าไปจะหลอกสายตาทำให้เกิดอาการเซไปเซมา ก็เป็นที่สนุกสนานพอสมควร มีผู้เข้าชมไม่มากไม่น้อย แต่ก็มีบางส่วนอยู่ในระหว่างการปรับปรุง บางอย่างก็ใช้งานไม่ได้ ก็อย่างว่าแหละครับ ศูนย์แห่งนี้เปิดบริการมาอย่างยาวนาน และเปิดบริการแทบทุกวัน ทำให้บางสิ่งบางอย่างต้องชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ความรู้ในรอบรั้วศูนย์แห่งนี้ยังคงมีให้เราได้เรียนรู้อยู่เสมอ 

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าห้องดูการจำลองเรื่องดวงดาว ที่จัดขึ้นให้เข้าชมเป็นรอบ ๆ เท่าที่รู้ในแต่ละช่วงจะมีการฉายเรื่องราวที่แตกต่างกันไป ในครั้งนี้มีชื่อเรื่องว่า การเกรี้ยวกราดของจักรวาล เมื่อเราเข้าไปในห้อง เก้าอี้จะถูกปรับให้เราสามารถแหงนหน้าขึ้นไปบนเพดาน ที่เป็นเสมือนท้องฟ้า เริ่มด้วยการบรรยายให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนในช่วงนี้ว่าเราจะเห็นหมู่ดาวอะไรบ้าง นี่คือความงามที่ถูกแต่งแต้ม เป็นศิลปะบนท้องฟ้า ที่เราผู้อยู่ในเมืองไม่มีโอกาสที่จะเห็นหมู่เดือนดาว เมืองใหญ่โตแต่ไม่มีที่ว่างพอที่จะให้เรานอนแหงนหน้าวาดจินตนาการบนฟากฟ้าได้ ความสว่างของแสงสีในเมืองบดบังเส้นสายลายทางกาแล็คซี่ ความหนาแน่นของตึกรามบ้านช่อง ปิดกั้นศิลปะนภาฟ้ายามค่ำคืน คงต้องอาศัยท้องฟ้าจำลองนี่แหละช่วยชดเชยเพื่อให้เห็นความอัศจรรย์ของจักรวาลอันไกลโพ้น
หลังจากนั้นจึงฉายการจำลองของจักรวาล ซึ่งประกอบด้วยหลายกาแล็คซี่ที่มนุษย์เราไม่สามารถจะรู้ได้ เพียงได้แต่คาดคะเน ความน่ากลัว ความรุนแรง ของอุบัติการณ์แห่งฟากฟ้า มีการบอกเล่าว่า คงจะมีสักวันที่โลกจะพบกับความรุนแรงแห่งจักรวาล ด้วยการถูกเฉี่ยวชนจากดาวดวงอื่น จากอุกกาบาต และจากการเคลื่อนที่อย่างไม่หยุดนิ่งของทุกหมู่ดาว เสียงเด็กที่แรก ๆ ดูช่างตื่นเต้นฮือฮากับภาพดวงดาวจำลองน้อยใหญ่ บัดนี้เงียบลง ทุกคนต่างได้รับรู้ ถึงความกว้างใหญ่ไพศาลและมิอาจจะคาดคะเนถึงความน่าจะเป็นไปได้ในเหตุการณ์รุนแรงต่าง ๆ ที่ถูกนำมาเสนอ ถึงกลับอาจจะทำให้โลกมนุษย์สลายหายไป คงมีไม่น้อยเกิดความกลัวหลังจากได้รับรู้จากสารคดีสั้น ๆ เรื่องนี้

เมื่อดูจบระหว่างทางกลับบ้านก็ได้ถามหลานสาวว่าได้รับความรู้อะไรบ้าง? มีความรู้สึกอย่างไรกับความเกรี้ยวกราดที่ถูกนำมาเสนอนั้น หลานบอกว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่าไม่รู้!!! เพราะเราไม่รู้อะไรถึงจักรวาลมากนัก จึงรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้กังวล คำตอบนั้นทำให้เกิดความคิดในหลายสิ่งหลายอย่าง ใช่หรือไม่ มนุษย์เราเพียงแค่ในโลกนี้เรายังไม่รู้ความจริงอีกตั้งมากมาย ทฤษฎีหลายทฤษฎีถูกเปลี่ยนเมื่อเวลาเปลี่ยนไป ความรู้ใดเล่าที่เที่ยงแท้ ความรู้ของใครเล่าที่จะรอบรู้ทุกเรื่อง ทฤษฎีเรื่องจักรวาลวันหนึ่งอาจจะเปลี่ยนไปอีก ความรู้หนึ่งที่เรามีอาจจะกลายเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ได้ ใครที่มัวแต่ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองรู้ก็อาจจะกลายเป็นหลุมดำดูดให้จมหายไปในกาลข้างหน้าก็เป็นไปได้ การยึดมั่นถึงความรู้หลักการเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งมิอาจจะทำให้เราพบความจริงได้ การเรียนรู้ แสวงหาความรู้ใหม่ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุดคือสิ่งที่เราควรมี เพื่อนำมาปรับปรุงตัวเรา โดยไม่ยึดติดกับความคิดและความรู้นั้นอย่างเหนียวแน่น เอาเข้าจริงเราก็รอบรู้เพียงแค่รอบรั้วที่เราอยู่ ไกลออกไปยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ค้นหา
ที่สุดแล้ว การมีความรู้ควรนำมาซึ่งความสุภาพ ยอมรับว่ายังมีสิ่งที่เราไม่อาจจะหยั่งรู้ได้อีกมากมายนัก แล้วเรายังจะอวดรู้ โชว์ภูมิกันเพื่ออะไรเล่า??? อย่าทำให้เกิดหลุมดำด้วยการนำความรู้มาช่วงชิงความได้เปรียบกันอยู่เลย ใช้ความรู้ที่เรามีเพียงน้อยนิดเป็นเครื่องมือที่จะนำพาเราไปสู่ความรักและสันติสุขอันยิ่งใหญ่ถาวรด้วยหัวใจสุภาพด้วยกันเถิด...

ไม่มีความคิดเห็น: