วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปลายฝัน วันคืนที่กลืนหาย

ปลายฝัน วันคืนที่กลืนหาย
ยามเย็นความมืดเข้าปกคลุมไปทั่วในช่วงเวลานี้ นี่คงจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูหนาวกำลังจะมา แต่ความหนาวเย็นก็ไม่เห็นจะมาตรงตามเวลากำหนดของฤดูกาล ที่นับวันยิ่งจะเกิดการเปลี่ยนไป บางวันยังคงแดดจัดร้อนจ้า แต่ความมืดก็ยังมาเยือนเราเร็วขึ้นอยู่ดี นั่นคงมิได้หมายถึงการแจ้งเตือนของฤดูกาลอย่างเดียว การมาของความมืดที่มาเร็วและจากลาอย่างอ้อยอิ่งนิ่งนานนี้ เป็นเครื่องเตือนให้เราได้รู้ว่า จวนจะครบรอบวนของวงปีแล้ว เป็นช่วงเวลาที่เราควรใช้เวลาในความมืดของสนธยาเวลาค่ำคืน ได้ไตร่ตรองถึงหนึ่งรอบปีที่ผ่านมา

ในหลายครั้งต้นปีเรามักมีความตั้งใจจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ตั้งใจจะปรับจะเปลี่ยนพฤติกรรมนี่นั่น จะสร้างคุณงามความดี เป็นเหมือนความฝันใฝ่ในขวบปี มาวันนี้วันที่ใกล้ลาลับนับรอบปี เราได้ทำตามสิ่งที่ตั้งใจ สิ่งที่ฝันไว้ได้บ้างหรือเปล่า เรากำลังมาถึงซึ่งปลายฝัน วันคืนที่ผ่านมาความฝันนั้นพลันกลืนหายไปในเส้นทางชีวิตเราหรือไม่ เวลาเช่นนี้ที่มีกลางคืนยาวกว่ากลางวัน เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะพลิกฟื้นคืนความฝันและมุ่งมั่นทำให้เป็นจริง แม้แค่อีกเดือนกว่า ๆ สำหรับความฝันที่ดีที่งดงาม ย่อมไม่เป็นเชลยต่อวันเวลา แต่กลับเป็นความอิสระที่จะกระทำได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ขอเพียงแค่เราต้องไม่ละทิ้งความฝันอันสูงสุดในความงามของชีวิตเรานี้ ดังเช่นทากน้อยในนิทานเรื่องนี้

ฉันคือทากน้อยที่มีความสุขที่สุด ทุกเช้า ฉันจะได้ลิ้มรสน้ำค้างอันหอมหวานบนยอดหญ้า นี่คือของขวัญอันยอดเยี่ยมที่พระเจ้าได้มอบให้แก่ฉัน คุณว่าฉันสมควรมีความสุขไหมล่ะ?และแล้ววันหนึ่ง พระเจ้าก็ทรงบอกแก่ฉันว่า
ณ ดินแดนไกลโพ้นมีทะเล แต่ไม่เคยมีทากตัวใดเคยเห็นทะเลมาก่อนแม้แต่เพียงสักตัวเดียว การได้เห็นทะเลคือความฝันของทากทุกตัว
ฉันถามพระเจ้าว่า ในเมื่อทากตัวอื่น ๆ ต่างก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยทำได้ แล้วลูกจะทำได้อย่างไร? แล้วลูกจะได้เห็นทะเลไหม?”
พระเจ้าตรัสตอบฉันว่า ทากน้อยเอ๋ย มหาสมุทรอยู่ไกลเกินไป ไม่มีทากตัวใดทำได้หรอก
ลูกไม่เชื่อ ในเมื่อทะเลมีอยู่จริง ทะเลคือความฝันของลูก ลูกจะขอเดินตามความฝัน
พระเจ้าผู้ทรงเมตตาได้กำชับฉันว่า การตัดสินใจทำว่ายาก การยืนหยัดในสิ่งที่ทำยากยิ่งกว่า และที่ยากยิ่งกว่าการยืนหยัดก็คือการบรรลุสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ ทากน้อยเอ๋ย ข้าอวยพรให้เจ้าสำเร็จดั่งใจเจ้าหวังเถิด
ในวันที่ฉันตัดสินใจออกเดินทาง ฉันได้พบเจอกับเพื่อนทากจำนวนมากที่กำลังหันหลังกลับจากการเดินทางตามหาความฝัน พวกเขาบอกฉันว่า มันเป็นเพียงความฝัน มันไม่อาจเป็นจริง เราคือทาก!
และแล้วฉันก็ได้พบกับเต่าชราผู้อารี ท่านผู้เฒ่าเต่าได้บอกกับฉันว่า เจ้าทากน้อยเอ๋ย เจ้าจงกลับไปยังถิ่นที่เจ้ามาเถิด ต่อให้เจ้าเดินทางทั้งชาติเจ้าก็ไม่อาจได้พบเห็นทะเลดอก เจ้าจะเอาชีวิตไปทิ้งขว้างเปล่า ๆ มีเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เจ้าทำฝันให้เป็นจริงได้ นั่นคือ อย่าละทิ้งความตั้งใจของเจ้า
ฉันเพิ่งเข้าใจว่าอุปสรรคที่กีดขวางไม่ให้ฉันไปถึงจุดหมายนั้นมิได้มีเพียงหนทางที่แสนยาวไกล มันยังมีคำพูดของคนหวังดีที่อยู่รอบข้างที่ฉันได้พบเจอ พวกเขามักจะบอกกับฉันว่า อย่าเลย มันยากเกินไปสำหรับเธอ!
แต่ฉันตัดสินใจเลือกแล้ว ฉันขอเรียนรู้ที่จะยืนหยัดในความฝันของฉัน ฉันจะมุ่งหน้าต่อไปในสิ่งที่ฉันเลือก หากเพราะคำพูดเหล่านี้แล้วฉันก็เลิกล้มความตั้งใจ ละทิ้งความฝันของฉันไป ทากอย่างฉันจะทำอะไรได้อีกเล่า?
ฉัน เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดินไป ณ บัดนี้ บนทางเส้นนี้เหลือฉันเพียงลำพังแล้วสินะ มันช่างเงียบเหงาเสียนี่กระไร! ทุกค่ำคืนฉันได้แต่แอบร้องไห้ บางครั้งคำถามก็ผุดขึ้นในห้วงความคิด เธอกำลังทำอะไรอยู่ มันคุ้มค่าแล้วเหรอ? มันไม่มีใครทำได้มาก่อนนะ!
ฉันได้แต่ปลอบใจตัวเอง นี่คือเกมเกียรติยศ ทากน้อยเอ๋ย เธอทำได้! ฉันรู้ ฉันคือทาก ฉันคือฉัน กลัวไปใยกับความทุกข์ในเมื่อฉันก้าวผ่านมาตั้งมากมายแล้วนี่นา ฉันจะถอยไปทำไม มีพี่น้องทากที่เฝ้าดูในสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ ฉันจำคำพูดของผู้เฒ่าเต่าที่บอกกับฉันก่อนจากกันในครั้งนั้น อย่าลืมความตั้งใจเดิม
เอาน่า ลองอีกสักตั้งจะเป็นไรไป เมื่อนึกได้อย่างนี้ ฉันก็มีกำลังฮึกเหิมที่จะสู้ต่อ จุดหมายยังรอฉันอยู่ข้างหน้า ทากเอ๋ย เธอออกเดินทางต่อได้แล้ว
เสียงหัวใจของฉันบอกกับตัวเองเบา ๆ จนค่ำคืนของวันหนึ่ง ฉันเห็นแสงจันทร์สาดแสงทาบทับอะไรก็ไม่รู้สักอย่างสีฟ้าระยิบระยับไปไกลสุดลูกหูลูกตา กระรอกน้อยที่อยู่บนต้นมะพร้าวบอกกับฉันว่า นั่นคือทะเล!  (ที่มา https://www.facebook.com/NusonBooks)


ในความฝัน ในความตั้งใจของเรา หลายครั้งก็มักพังราบสูญหายไปกับคำพูด กับความคิดเห็นของผู้อื่น แน่ละ เราจำต้องฟัง และนำมากลั่นกรองเพื่อเป็นเครื่องมือส่งเสริมชีวิตเราให้มุ่งสู่เป้าหมายอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่นำมาเป็นสิ่งที่บั่นทอน ลดทอน ความเข้มแข็งของเรา ในการสู่เป้าหมายตามฝัน ตามความตั้งใจของแต่ละคนย่อมใช้วันเวลา ย่อมใช้ความบากบั่นไม่เท่ากัน บางคนเข้มแข็งก็ใช้เวลาไม่นาน บางคนอ่อนแอก็ล้มเลิกไปเสียดื้อ ๆ แล้วในชีวิตจริงของเราเล่า? ผ่านมาจะครบรอบอีกหนึ่งปี เราใกล้ถึงฝั่งฝันปลายทางแห่งความสำเร็จ ใกล้พบกับความงดงามในนามของความดีบ้างหรือยัง? เราเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านั้นในระหว่างทางเดินมามากน้อยเพียงใด? หรือปล่อยมันกลืนหายไปกับสายลมที่พัดผ่านมาเป็นระลอก ๆ ขอให้เราแต่ละคนมีความเข้มแข็งในจิตวิญญาณมากยิ่งขึ้น และอย่าลืมความตั้งใจเดิมเมื่อต้นปี เพื่อว่าเราจะได้เห็นความงามอันเป็นนิรันดร์ไปพร้อม ๆ กัน ....

ไม่มีความคิดเห็น: