วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ต่อยอดรัก

 

ต่อยอดรัก

ปีนี้วันตรุษจีนกันวันวาเลนไทน์อยู่ใกล้ ๆ กัน ถ้าอยู่ในสภาวการณ์ปกติ น่าจะทำให้บรรยากาศคึกคัก มีการจับจ่ายกันมากพอสมควร แต่เมื่อยังมีโควิด-19 ระบาดอยู่ ก็ลดทอนความคึกคักลงไปมากพอสมควร อย่างไรก็ตาม เนื้อแท้ของเทศกาลทั้งสองนั้นยังคงอยู่ ยังเหนียวแน่นอยู่ในจิตใจพวกเราตลอดมา และมีสิ่งที่คล้าย ๆ กันนั่นคือ การแสดงออกซึ่งความรัก รักในบรรพบุรุษ รักในรากเหง้า รักในครอบครัว รักคนอื่นด้วยการส่งมอบความรักผ่านทางความใจดีมีเมตตาต่อกัน และสิ่งนี้ต่างหากที่จะนำพาสังคมไปสู่ความร่มเย็น 


วันเวลาผ่านไป สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลง เห็นข่าวการไหว้บรรพบุรุษก็มีรูปแบบที่แปลกไปด้วยการส่งสิ่งของเผาสัญลักษณ์ ข้าวของเครื่องใช้ไปให้ ซึ่งมีทั้งโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่ ไอโฟน ไอแพด รถยนต์ หุ่นยนต์ ที่ล้ำสมัย ก็เป็นความน่ารักน่าชัง แม้จะสงสัยว่าอากง อาม่า ปู่ย่าตายาย จะใช้เป็นหรือเปล่า? หรือลูกหลานคิดถึงมากอยากให้ท่าน ๆ กลับมาให้พวกเราสอนใช้เครื่องมือเหล่านี้ ใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่ แต่นี่ก็เป็นการต่อยอดความรักที่เราต้องหมั่นปลูกฝังให้คนรุ่นต่อ ๆ ไป ได้ปฏิบัติเพื่อไม่ให้หลงลืมที่จะรักในความเป็นเรา ผ่านทางบรรพบุรุษของเรา มีเรื่องเล่าน่ารัก ๆ และแปลงให้เข้ากับยุคสมัยมาให้เรียนรู้คำสอนของคนรุ่นเก่าก่อน

เจ้าสัวพันล้านคนหนึ่งก่อนตาย ทิ้งมรดกหลายพันล้าน ให้ลูกชายคนเดียว พร้อมทิ้ง Key Note เอาไว้ใน iPad ว่า...  “อาตี๋... ลื้อทำตามที่อั๊วสั่งเสียนะ เคล็ดลับความรวยมีไม่กี่ข้อเอง

ข้อ 1. ไปทำงานอย่าโดนแดด       ข้อ 2. กินอาหารให้อร่อย

ข้อ 3. บัญชีไม่ต้องทำ                   ข้อ 4. กลับบ้านดึกๆ”

อาตี๋ ก็ทำตาม สองปีต่อมา สมบัติหลายพันล้านสูญเกลี้ยง อาตี๋จุดธุปส่งไลน์ไปต่อว่าเตี่ย“เตี่ย ผมทำตามที่เตี่ยบอกทุกอย่าง แล้วทำไมถึงหมดตัว  เตี่ยทำให้ผมหมดตัวน๊ะ...”

เจ้าสัวรีบไลน์ตอบกลับมาบอก

“อั้ยย่ะ..!!! เค้าเป๋ ลื้อเข้าใจผิดหมด ฟังอั๊วให้ดีน๊ะ ไอ้ตี๋ ข้อ 1. ไปทำงานอย่าโดนแดด อั๊วหมายถึง พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ลื้อต้องไปก่อนพนักงานมา เพื่อเค้าจะได้เอาเป็นแบบอย่าง ลูกน้องจะทำตามแบบเรา ไม่ใช่ตามที่เราสั่ง ลื้อ เข้าใจมั้ย.?? ลื้อเล่นไปทำงานเอาเย็น ๆ ฉิกหาย ลูกน้องก็พลอยขี้เกียจไปล่วย  ข้อ 2. กินอาหารให้อร่อยๆ อั๊วหมายถึง ไม่หิวอย่ากิน ให้หิวแล้วหากินอาหารอะไรก็ได้ กินอะไรมันก็จะอร่อย ไม่ใช่ให้ลื้อไปกินหูฉลาม กินอาหารโรงแรมทุกวัน แม้แต่เวลาอิ่ม ลื้อก็ไปกิง อย่างนี้ฉิกหายน๊ะ กินล้างผลาญ  ข้อ 3. บัญชีไม่ต้องทำ อั๊วหมายถึง ให้ค้าขายแต่เงินสด ไม่ขายเงินเชื่อ เลยไม่ต้องทำบัญชี ไม่ใช่ขายเชื่อ แล้วยังไม่ทำบัญชี แบบนี้ก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง  ข้อ 4. กลับบ้านดึก ๆ อั๊วหมายถึง รอพนักงานกลับหมดก่อน จะได้ปิดร้าน ดูให้ดี ๆ ปิดไฟปิดน้ำปิดประตูหมดหรือยัง.?? ให้รอบคอบ ไม่ได้ให้ลื้อไปเที่ยวกินเหล้าทุกวัน เที่ยวผู้หญิง เที่ยวเล๊าท์ แบบนี้ ไม่ล่มจมก็ไม่รู้จะว่ายังไง.??แล้ว อาตี๋ เค้าเป๋เอ้ย..!! ลื้อหาเงินใหม่เองก็ละกันอั๊วไปล่ะ!! นางฟ้ามาเรียกอั๊วแล้ว อ้อ ลื้อดูแลปรนนิบัติแม่ลื้อให้ดี ๆ อย่าเพิ่งให้แม่ลื้อรีบตามมาอยู่กับอั๊วล่ะ..”  (เพจ : ความสุข ณ ปัจจุบัน)


แม้จะออกจะขำ ๆ สักหน่อย แต่ถ้าเราอ่านดี ๆ สิ่งเหล่านี้กำลังสอนเราว่า เราอาจจะตีความหมายของคำสอนของคนรุ่นเก่าผิดพลาดไป เราอาจจะหลงลืมมองให้ลึกลงไปว่า หน้าที่ของเรา คือ การต่อยอดความรักความดีที่มีมา พัฒนาทำให้มันดียิ่งขึ้น ทุกสิ่งต้องสูงส่งขึ้น ใช่หรือไม่ ในวันนี้เราต่างมีความทุกข์ยากกันทั่วหน้า เราต่างประสบความลำบากมากบ้างน้อยบ้างกันทุกคน ที่สุดเรา ลองมองย้อนกลับไป เราต่างอยู่ดีกินดีกว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นปู่ย่าตายายเราอย่างมาก เพียงแค่เราลำบากและยากไร้ในสิ่งที่เคยมีเคยเป็นมานิดหน่อย ก็เพื่อให้เราได้มีพลังที่จะยืนขึ้นต่อยอดคำสอน ต่อยอดความรัก เพื่อส่งผ่านไปให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป หากความดีของวันนี้คือสิ่งที่ส่งผ่านมาจากเมื่อวาน แล้วเราจะทำให้ความดีงอกงามขึ้นในวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่....

ไม่มีความคิดเห็น: