วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

รำพึงสายประคำ...ประเทศไทย

รำพึงสายประคำ...ประเทศไทย

ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมา ม่านหมอกดำทะมึนปกคลุมท้องฟ้าเกือบทั่วมหานคร การสัญจรถูกทำให้เป็นหมัน เกิดอะไรขึ้นในเมืองไทย เมื่อไหร่จะยุติ เมื่อไหร่จะสงบและจะทำอย่างไร? หลายฝักหลายฝ่าย ซ้ายขวา สีนั้นสีนี้ จะสู้กันไปทำไม ฝ่ายเชียร์ ฝ่ายแช่ง ฝ่ายเสนอแนะ ฝ่ายเสนอหน้า ฝ่ายวิชาการฝ่ายวิชามาร หัวใจใยหนอเต็มไปด้วยความรุนแรง และแค้นเคือง หากสันติภาพได้มาจากสงครามฉันใด ใยสันติสุขของคนไทยจะได้มาจากรอยยิ้มและการให้อภัยกันไม่ได้ฉันนั้นหรือ...

ใช่ การยกจิตยกใจและอธิษฐานภาวนา พลังจิตแรงอธิษฐานอาจจะเป็นดังสายฝนโปรยลงมา เพื่อไล่ความร้อนแรงแห่งจิตใจคนในวันนี้ เราจะร่วมกันรำพึงถึงหนทางที่พระเยซูคริสตเจ้าผ่านพ้นจากความทุกข์สู่แสงสว่าง และรำพึงถึงเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพื่อยกประเทศไทยให้อยู่ในความคุ้มครองของพระแม่มารีย์....

ข้อรำพึงที่ 1 พระเยซูเจ้าประสูติ ณ เมืองเบเลแฮม

พระนางมารีย์ได้คลอดบุตรชายคนแรก ณ เมืองเบเลแฮม เอาผ้าพันกายกุมารนั้น แล้ววางไว้ในรางหญ้า เนื่องจากไม่มีที่ในห้องพักแรม (ลก 2:7)

ชีวิตของทุกคน คือ สิ่งมหัศจรรย์ เป็นพรอันประเสริฐ ที่เราควรจะทะนุถนอม และเคารพในความเป็นอยู่ของกันและกัน แล้ววันนี้เราเห็นชีวิตเป็นเช่นไร เป็นเพียงเครื่องยนตร์กลไก ใยต้องเข่นฆ่ากัน ชีวิตเป็นสิ่งงดงาม แต่ความทรามที่ผุดมาพร้อมความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ครองจิตใจผู้คน ได้ทำลายชีวิตกันและกัน โปรดรื้อฟื้นความอ่อนโยนแห่งจิตวิญญาณ เพื่อว่าเราจะได้เป็นของมีค่าล้ำในสายตากันและกันตลอดไป....ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ....วันทามารีอา...... สิริพึงมี....... อาแมน

ข้อรำพึงที่ 2 พระนางมารีย์พบพระเยซูเจ้าในพระวิหาร

ในวันที่สาม ท่านทั้งสองจึงพบพระองค์ในพระวิหาร กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางบรรดาอาจารย์ ทรงฟังและไต่ถามพวกเขา ทุกคนที่ได้ฟังพระองค์ ต่างประหลาดใจในสติปัญญาและคำตอบของพระองค์ (ลก 2 : 46-47)

การรับฟัง การไต่ถามและร่วมกันวิเคราะห์เพื่อสร้างปัญญา สิ่งเหล่านี้หาได้เกิดในสังคมไทยในวันนี้ แม้จะพยายามมีการเจรจาแต่เพราะความยึดมั่น ยึดโยงในความคิดของตัวเองฝ่ายเดียวเจรจาจึงกลายเป็นจลาจล จนนำมาซึ่งปัญหาไร้ปัญญาในการแก้ไข มีแต่เพิ่มเงื่อนปมแห่งปัญหาใหม่ ปล่อยให้จุดหลักของการเจรจาหลงลืมกันไป หากเรามีการพูดคุยกันด้วยหัวใจที่หวังดีโดยหลีกเลี่ยงอคติต่อกัน วันนี้เราคงไม่ร่ำไห้กันทั้งเมือง สร้างสันติสุขในจิตใจเราให้ได้ สันติภาพส่วนรวมก็จะตามมา.... ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ....วันทามารีอา...... สิริพึงมี....... อาแมน

ข้อรำพึงที่ 3 พระเยซูเจ้าทรงถูกเฆี่ยน

ประชาชนทุกคนตอบว่า ขอให้เลือดของเขาตกเหนือเรา และเหนือลูกหลานของเราเถิด แล้วปิลาตได้สั่งให้ปล่อยบารับบัส สั่งให้โบยตีพระเยซูเจ้า แล้วส่งพระองค์ให้เขานำไปตรึงบนไม้กางเขน (ลก 27: 25-26)

เลือดที่ไหลรินบนท้องถนน ซากปรักหักพังของตึกรามบ้านช่องในมหานครของไทยวันนี้ ขอให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพในวันรุ่ง จากนี้ไปการให้อภัย การกลับใจนั้นจะเป็นฟากฝั่งนำชัยสู่สังคมรวมกัน เลือดทุกหยาดหยดอย่าได้สูญเปล่า อย่าให้สูญสิ้น ถิ่นไทยจงเติบโตบนบทเรียนแห่งความเจ็บปวดของวันนี้... ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ....วันทามารีอา...... สิริพึงมี....... อาแมน

ข้อรำพึงที่ 4 พระเยซูเจ้าทรงแบกไม้กางเขน

พระองค์ทรงแบกไม้กางเขนเสด็จออกไปยังสถานที่ที่เรียกว่าเนินหัวกะโหลก ภาษาฮีบรูว่า กลโกธา เขาได้ตรึงพระองค์บนไม้กางเขนที่นั่น (ยน 19 : 17-18)

ผู้คนชนชาวกรุง กำลังถูกตอกตรึงด้วยความเครียด ความระแวง อันตรายนานาชนิด เต็มไปด้วยความหวาดกลัววิตก รากเหง้าของปัญหามาจากความเห็นแก่ตัวที่ก่อร่างสร้างสังคมให้เต็มไปด้วยการกดขี่ แข่งขัน ความเสียสละเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ แท้จริงหัวใจคนไทย คือ ความเอื้ออารี สิ่งนี้จะนำพาสังคมคลายทุกข์สู่สันติได้ ....ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ....วันทามารีอา...... สิริพึงมี....... อาแมน

ข้อรำพึงที่ 5 พระจิตเสด็จลงมา

เมื่อวันเปนเตกอสเตรมาถึง บรรดาศิษย์ทุกคนได้มาชุมนุมในสถานที่เดียวกัน เขาได้เห็นเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นแยกไปอยู่เหนือศีรษะของเขาแต่ละคน ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม (กจ 2: 1,3-4)

เปลวไฟที่พวยพุ่งเผาผลาญวอดวาย คงจะเริ่มหายไป ม่านหมอกฝนดำที่น่ากลัวจะผ่านไป ความทุกข์สาธารณะกำลังผ่านพ้น ความหวังว่าสังคมไทยจะก้าวพัฒนาไปอย่างมั่นคงจะเริ่มขึ้นหลังจากนี้ บาดแผลเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์การเรียนรู้สู่ความเข้มแข็ง สิ่งประเสริฐคือการหวนสู่ความงดงามแห่งจิตใจ แล้ววันนั้นคงจะมาถึงในไม่ช้า อาศัยความสามัคคีของคนในชาติ ผู้ร่วมในวันแสนเจ็บปวดด้วยกัน...ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ....วันทามารีอา...... สิริพึงมีแด่พระบิดา พระบุตร และพระจิต....... อาแมน พระนางมารีย์ ราชินีแห่งสันติภาพ ช่วยวิงวอนเทอญ.....

ไม่มีความคิดเห็น: