วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

ตาใสในสวรรค์

 

ตาใสในสวรรค์

โลกของเรากำลังสว่างไสวโดยระบบอัจฉริยะเอไอ

แต่แล้วกลับมืดมนหม่นหมองลงทันทีด้วยความเห็นแก่ได้

ใช้ระบบที่ทันสมัยนี้เอาเปรียบ เขม่นฆ่าแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ด้วยดวงใจที่มืดบอด ด้วยดวงใจที่มืดมิด คิดเห็นแก่ผลประโยชน์

ก่อสงครามทำลายล้างผลาญ เพื่อจะได้เป็นหนึ่งเป็นผู้ครอบครอง

ใช่หรือไม่ ความหมองเศร้าของโลกวันนี้มาจากคนใจบอด ที่ไม่ยอมให้ใครรักษา

         บางทีมนุษย์เราก็ถูกความคิดเห็นข้างเดียวครอบงำ

            ก่อให้เกิดความมืดบอดทางจิตวิญญาณ

            เราคิดว่าเราชาญฉลาดกว่าใคร ๆ นี่แหละสาเหตุแรกของใจที่มืดบอด

            เรามองไม่เห็นความงามในผู้คน ไม่เห็นความสดใสในแผ่นดินนี้

ในโลกที่เต็มไปด้วยภาพลวงตาและหน้ากากแห่งการหลอกลวง

อาจจะมองไม่เห็นด้วยตา แต่กลับรับรู้ได้ด้วยใจ

คนตาบอดยังมองเห็นความดีจากการกระทำ สัมผัสได้ถึงความจริงใจจากเสียงและน้ำใจ

แต่คนที่ใจบอดต่อให้ทำดีให้เป็นร้อยพันครั้ง ก็มองไม่เห็นค่าของความดีนั้น

คนใจบอดแม้ความดีล้ำค่าอยู่ตรงหน้าก็กลายเป็นแค่สิ่งไร้ค่า

ตาบอดยังดีกว่าใจบอด บางครั้งเราก็ต้องทำตาบอดบ้างก็ได้

เรื่องบางเรื่องเรายังไม่เห็นด้วยตาก็อย่าเพิ่งสรุป

เรื่องบางเรื่องเราอาจจะเห็นแค่ด้านเดียว เราไม่สามารถมองเห็นอีกด้าน

เพราะเหตุผลนี้เราจึงต้องวิเคาระห์สิ่งที่เราเห็นก่อนเสมอ

เพราะสิ่งที่เห็นย่อมไม่ใช่ความจริงเสมอ สิ่งที่ใช่อาจจะไม่ใช่ความจริงก็เป็นไปได้

เพราะใจที่ปิดสนิทต่อให้ความรัก ความหวังดี หรือความจริงใจ ก็ไม่อาจจะเยียวยาได้


สิ่งที่พอจะช่วยคนเปิดใจรับแสงสว่างได้ คือ “ความเมตตา” ที่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ

เมตตาเป็นภาษาที่เป็นสากล

แม้ไม่ต้องใช้คำพูด แต่การกระทำที่อ่อนโยนและการช่วยเหลือก็สามารถส่งไปถึงความรู้สึกของผู้รับได้โดยตรง

“คนใจบอดมองไม่เห็น” ต่อให้คนเราจะมีดวงตาที่มองเห็นชัดเจนแค่ไหน แต่ถ้าหัวใจปิดตาย ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ก็จะไม่สามารถรับรู้หรือสัมผัสได้ถึงความงดงามของการให้และการแบ่งปัน

            ความเมตตาช่วยประสานความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือที่มาเยียวยาใจทั้งผู้ให้และ ผู้รับ การทำดีเล็ก ๆ จากคนหนึ่ง สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างทำตามได้

สรุปด้วยคำกล่าวที่ว่า “ความเมตตาคือภาษาที่คนหูหนวกได้ยิน และคนตาบอดมองเห็น”  มาร์ก ทเวน (Mark Twain) ความเมตตาจากพระเจ้าผ่านทางพระเยซูเจ้า คือ  การรักษาใจที่บอดของเราในวันนี้ แล้วเราพร้อมที่จะเข้ารับการรักษานี้หรือเปล่า 40 วันแห่งมหาพรตนี้คือเวลารับพระเมตตาจากพระองค์

อย่าทำใจแข็งและมืดบอดอยู่เลย กลับมาสู่หนทางสู่สวรรค์พร้อมกับพระเยซูเจ้า และเราจะได้เห็นโลกใหม่ที่สวยงามไปพร้อม ๆ กัน....

ไม่มีความคิดเห็น: