วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

ประตูของชีวิตประจำวัน

 

ประตูของชีวิตประจำวัน

ประตูนั้นเป็นทั้งทางเข้าและทางออก และเรามีปากเป็นประตูแห่งชีวิต

เพราะปากคนเรานั้น สามารถที่จะทำลายมิตรภาพ ฆ่าคนอื่น ด้วยการพูดใส่ร้าย

ด้วยการนินทา กล่าวร้าย ลับหลัง โลกนี้พังทลายเพราะคำพูดที่ออกจากปากคนมานักต่อนัก

คำพูดที่ออกจากปาก เปรียบเสมือนดาบสองคม หากไม่ระมัดระวัง

อาจสร้างบาดแผลที่บาดเจ็บลึก ยากที่จะเยียวยา

ปากเป็นประตูแห่งภัย และก็เป็นประตูที่ปลอดภัยเช่นกัน

หากแต่ใช้อย่างมีสติปัญญาและเต็มไปด้วยความรัก


ย่อมกลายเป็นการปลอบโยนและชี้นำทางสว่าง

คนที่รู้จักไตร่ตรองก่อนจะเอื้อนเอ่ย

คำพูดนั้นจึงมั่นคง หนักแน่น และมีคุณค่าสร้างความปลอดภัย

ก่อนจะเปิดประตูเพื่อพูดสิ่งใด ถามสามอย่างนี้ก่อนว่า

“เรื่องนี้จริงหรือไม่? มีประโยชน์หรือไม่? และเหมาะสมหรือไม่?

หาไม่แล้วก็ปิดประตูเสีย เพราะบางที ความเงียบก็เป็นถ้อยคำตอบที่ทรงพลังยิ่ง

ใช้คำพูดเป็นวาจาแห่งปัญญาให้ผู้คนจดจำ ดังเช่นนักปราชญ์ทั้งหลาย

ผู้มีปัญญาแท้ย่อมไม่พูดมาก แต่ทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยกลับมีค่ามากกว่าพันคำที่ไร้ความหมาย

การเริ่มที่จะควบคุมการปิดเปิดปากอาจไม่ง่าย บางวันอาจรู้สึกเหนื่อย สงสัย อาศัยความกล้าหาญ ไม่กลัวการที่จะก้าวต่อไป คือการเติบโตและได้พบความสุขที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ปิดปาก เปิดประตูใจแทน ไม่ได้ทำให้เราสูญเสีย แต่ทำให้เราได้พบกับชีวิตที่สดใส สันติกว่าเดิม

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

ใบใหม่ในรากเก่า

 

ใบใหม่ในรากเก่า

มนุษย์เรานี่ก็แปลก สร้างสงคราม แต่กลับอ้อนวอนขอสันติภาพจากพระเจ้า เป็นนิสัยเดิม ๆ ที่อยู่ในตัวมนุษย์เราทุกยุคทุกสมัย

ในขณะที่อยู่บนทางด่วน ในวันที่น้ำมันราคาขึ้นสูงผลมาจากสงคราม รถราก็มิได้บางตาลงไปสักเท่าไหร่ ยังคงติดยาวเหยียดในเวลาเลิกงาน

จินตนาการเกิดขึ้น...หากวันหนึ่งโลกไร้น้ำมันอย่างฉับพลัน

บนทางด่วนนี้จะกลายเป็นทางเดินกลับบ้านหรือเปล่า ทางด่วนเต็มไปด้วยผู้คนเดินเท้า คงเป็นวิถีชีวิตแบบแปลกประหลาดที่สุด แต่… นั่นแหละมีหรือ!!! ที่มนุษย์จะยอมถอยหลัง รถไฟฟ้าก็มี รถพลังงานแสงอาทิตย์ก็จะมา สิ่งใหม่เกิดได้เสมอยามพบวิกฤต

ชีวิตเราก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าผ่านมาเราจะล้มเหลว ผิดหวัง เจ็บปวดแค่ไหน อย่ายอมแพ้มันเริ่มต้นใหม่ให้ได้ จะกลับมามีคุณค่าและความหมาย ความสุขของชีวิต ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราไม่เคยล้ม

แต่อยู่ที่กล้าลุกขึ้นมาเริ่มใหม่ได้อีกครั้งหรือไม่..

ปัญหาส่วนใหญ่ในชีวิตคนเราเป็นปัญหาเดิม ๆ ที่สะสมมานาน ไม่สามารถแก้ได้ทันทีจำเป็นต้องใช้เวลาค่อย ๆ แก้ไข

เพื่อเราจะได้มีชีวิตใหม่ บนรากเดิม แม้รากเก่าบางรากจำต้องตัดขาด ชีวิตใหม่ก็ยังผลิขึ้นจากความว่างเปล่า ดั่งแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านความมืด ย้ำเตือนเราว่า ความหวังไม่ได้ขึ้นอยู่กับอดีต  แต่ขึ้นอยู่กับความกล้าในวันที่พร้อมจะเติบโตอีกครั้งต่างหาก

“ชีวิตที่ดีคือชีวิตใหม่” ไม่ยึดติดกับอดีต และ กล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ เหมือนแสงยามเช้า มาจากพระอาทิตย์ดวงเดิม ที่ไม่เคยเหมือนเดิมสักวัน มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นเสมอ


ชีวิตใหม่เริ่มต้นได้ทุกวัน แค่เรากล้าเปิดใจและกล้ารับความจริงที่ไม่คุ้นเคย

เริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่การลืมสิ่งเก่า แต่ทุกย่างก้าว คือ การขีดเขียนบทของตัวเอง อย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่ เพราะปลายทางจะไม่ได้อยู่ที่จุดเดิม แต่อยู่ที่ว่า เราไปได้ไกลแค่ไหน

การทำให้ชีวิตดีขึ้น เราต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก ไม่ใช่จะทำเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  หรือมุมใดมุมหนึ่ง  ชีวิตคนเรามีความสัมพันธ์กับหลากหลายผู้คน  ข้องเกี่ยวกับเรื่องราวมากมาย  ทุกมิติของชีวิตล้วนเกี่ยวเนื่องกัน การแก้ไขปรับปรุงชีวิต จึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา ใช้ความอดทน  รักษาวินัย ค่อย ๆ แก้ไข ด้วยความเข้าใจ  ด้วยหัวใจแห่งรัก รู้จักอภัย รอคอย

การยอมรับความผิดของตัวเอง  เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องทำ และเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด

เรามักโทษทุกอย่าง ไม่กล้ายอมรับความจริง ไม่ค่อยมองมาที่ตนเอง หากเราเริ่มต้นจากตัวเราได้  ทำด้วยความสุข  ด้วยความรักและหวังดีต่อตัวเอง ทำทุกวันให้เป็นนิสัย สร้างแสงส่องสว่างทางเดินของชีวิต ก่อร่างสร้างชีวิตใหม่ สร้างสรรค์จากชีวิตเก่าในทุกวัน แม้เราใช้ชีวิตมานาน แต่ปัสกา (ชีวิตใหม่) จะไม่มีวันหมดอายุ....

สุขสันต์วันพระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนม์ชีพ และมาประทับอยู่กับเราในทุก ๆ วัน อย่ากลัวที่จะดำเนินชีวิตใหม่ในโลกใบเดิมนี้ แต่เราต้องมั่นใจว่า เราจะเดินไปพร้อมกับพระเยซูเจ้าเสมอ มีพระองค์เคียงข้างตลอดไป... อย่ากลัวเลย อย่าวอนขอ แต่สร้างมันขึ้นมา....