วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569

ก็เพียงเป็นแค่คน ๆ หนึ่ง

 

ก็เพียงเป็นแค่คน ๆ หนึ่ง

ในขณะที่โลกจอมปลอมกำลังอลหม่าน มีแต่คนอยากจะขึ้นสูงเป็นใหญ่เหนือใคร ๆ

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มีบ้างบางคนจำต้องขึ้นที่สูงเพื่อความอยู่รอด

โลกกลมแต่เต็มไปด้วยคนเหลี่ยมจัด บ้าอำนาจข่มคนที่คิดว่าอ่อนแอกว่า

มีผู้คนหลากหลายในสังคมหน้ากาก

แอบอ้างสันติภาพในคราบนักค้าสงคราม

บางคนก็ดีแต่ปากหน้าซื่อใจคด

ใจกากแต่ปากดี อ้างที่ทำนั้นเพื่อคนอื่น

บางคนก็เห็นแก่ตัวไม่มีความเมตตา

หลับตาข้างหนึ่งเข่นฆ่าแม้เด็กไร้เดียงสา

คนเราช่างทำได้ทุกอย่าง

แม้แต่การโกหกเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

หลอกลวงฉ้อโกง สารพัดวิธีหาทำให้ได้มา

ยิ่งเวลาผ่านไปจิตใจผู้คนก็เปลี่ยนแปลง เห็นแก่ตัว ไร้จิตสำนึก สามัญสำนึกไม่มี

ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาแม้จะผิดก็ตาม หากเราสำนึกรู้ จิตตระหนักได้ เมื่อถึงวัยหนึ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าหาสิ่งจอมปลอมใด ๆ เพราะชีวิตคนเราจะเหลือเวลาอีกสักเท่าไหร่ ยืนหยัดอยู่บนความเป็นจริง ทำสิ่งที่บังเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ทำสิ่งที่อยากทำ มีจิตวิญญาณเติบโตวัฒนาขึ้น หมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและมีความสุขใจในทุกกรณีที่ทำ นี่ก็คือสิ่งสูงสุดของชีวิตคนคนหนึ่ง

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

ตาใสในสวรรค์

 

ตาใสในสวรรค์

โลกของเรากำลังสว่างไสวโดยระบบอัจฉริยะเอไอ

แต่แล้วกลับมืดมนหม่นหมองลงทันทีด้วยความเห็นแก่ได้

ใช้ระบบที่ทันสมัยนี้เอาเปรียบ เขม่นฆ่าแม้กระทั่งคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ด้วยดวงใจที่มืดบอด ด้วยดวงใจที่มืดมิด คิดเห็นแก่ผลประโยชน์

ก่อสงครามทำลายล้างผลาญ เพื่อจะได้เป็นหนึ่งเป็นผู้ครอบครอง

ใช่หรือไม่ ความหมองเศร้าของโลกวันนี้มาจากคนใจบอด ที่ไม่ยอมให้ใครรักษา

         บางทีมนุษย์เราก็ถูกความคิดเห็นข้างเดียวครอบงำ

            ก่อให้เกิดความมืดบอดทางจิตวิญญาณ

            เราคิดว่าเราชาญฉลาดกว่าใคร ๆ นี่แหละสาเหตุแรกของใจที่มืดบอด

            เรามองไม่เห็นความงามในผู้คน ไม่เห็นความสดใสในแผ่นดินนี้

ในโลกที่เต็มไปด้วยภาพลวงตาและหน้ากากแห่งการหลอกลวง

อาจจะมองไม่เห็นด้วยตา แต่กลับรับรู้ได้ด้วยใจ

คนตาบอดยังมองเห็นความดีจากการกระทำ สัมผัสได้ถึงความจริงใจจากเสียงและน้ำใจ

แต่คนที่ใจบอดต่อให้ทำดีให้เป็นร้อยพันครั้ง ก็มองไม่เห็นค่าของความดีนั้น

คนใจบอดแม้ความดีล้ำค่าอยู่ตรงหน้าก็กลายเป็นแค่สิ่งไร้ค่า

ตาบอดยังดีกว่าใจบอด บางครั้งเราก็ต้องทำตาบอดบ้างก็ได้

เรื่องบางเรื่องเรายังไม่เห็นด้วยตาก็อย่าเพิ่งสรุป

เรื่องบางเรื่องเราอาจจะเห็นแค่ด้านเดียว เราไม่สามารถมองเห็นอีกด้าน

เพราะเหตุผลนี้เราจึงต้องวิเคาระห์สิ่งที่เราเห็นก่อนเสมอ

เพราะสิ่งที่เห็นย่อมไม่ใช่ความจริงเสมอ สิ่งที่ใช่อาจจะไม่ใช่ความจริงก็เป็นไปได้

เพราะใจที่ปิดสนิทต่อให้ความรัก ความหวังดี หรือความจริงใจ ก็ไม่อาจจะเยียวยาได้


สิ่งที่พอจะช่วยคนเปิดใจรับแสงสว่างได้ คือ “ความเมตตา” ที่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ

เมตตาเป็นภาษาที่เป็นสากล

แม้ไม่ต้องใช้คำพูด แต่การกระทำที่อ่อนโยนและการช่วยเหลือก็สามารถส่งไปถึงความรู้สึกของผู้รับได้โดยตรง

“คนใจบอดมองไม่เห็น” ต่อให้คนเราจะมีดวงตาที่มองเห็นชัดเจนแค่ไหน แต่ถ้าหัวใจปิดตาย ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ก็จะไม่สามารถรับรู้หรือสัมผัสได้ถึงความงดงามของการให้และการแบ่งปัน

            ความเมตตาช่วยประสานความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือที่มาเยียวยาใจทั้งผู้ให้และ ผู้รับ การทำดีเล็ก ๆ จากคนหนึ่ง สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างทำตามได้

สรุปด้วยคำกล่าวที่ว่า “ความเมตตาคือภาษาที่คนหูหนวกได้ยิน และคนตาบอดมองเห็น”  มาร์ก ทเวน (Mark Twain) ความเมตตาจากพระเจ้าผ่านทางพระเยซูเจ้า คือ  การรักษาใจที่บอดของเราในวันนี้ แล้วเราพร้อมที่จะเข้ารับการรักษานี้หรือเปล่า 40 วันแห่งมหาพรตนี้คือเวลารับพระเมตตาจากพระองค์

อย่าทำใจแข็งและมืดบอดอยู่เลย กลับมาสู่หนทางสู่สวรรค์พร้อมกับพระเยซูเจ้า และเราจะได้เห็นโลกใหม่ที่สวยงามไปพร้อม ๆ กัน....

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

ธารน้ำของการแบ่งปัน

 

ธารน้ำของการแบ่งปัน

ชีวิตน้อย ๆ ร้อยกว่าศพ วางเรียงราย เป็นภาพที่หดหู่โหดร้ายของโลกวันนี้

วันที่ยังมีคนบ้าอำนาจ ชี้นิ้วว่าคนอื่นเป็นคนผิดได้ตลอดเวลา

ใช่หรือไม่ เราก็รู้อยู่แก่ใจ ไม่มีใครถูก และก็ไม่มีใครผิดตลอดกาล

เพราะบนโลกใบเดียวกันนี้ เราต่างยืนกันคนละจุด เราต่างมองปัญหาคนละมุม


แท้จริงแล้ว ไม่มีใครเลว ไม่มีใครเห็นแก่ตัวโดยตั้งใจ

ก็แค่ “จุดที่ยืน” ต่างกัน พอจุดที่ยืนต่าง ความเข้าใจก็ย่อมต่างไป

อย่าเอามุมมองของคนอื่น มาลดคุณค่าของตัวเอง

และอย่าเอาไม้บรรทัดของเรา ไปวัดชีวิตใคร

โลกวันนี้จะน่าอยู่ขึ้นทันที ถ้าเราลองหยุดตัดสินผู้อื่นด้วยมาตรฐานส่วนตัว

ลอง “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ดูสักครั้ง บางทีนะ สิ่งที่เราเรียกว่าปัญหา

อาจเป็นแค่ความไม่เข้าใจ จากจุดที่ยืนกันคนละฝั่งก็ได้

ทะเลกว้างใหญ่ไพศาล เกิดจากธารต่างสาย สวยงามยามสงบ

โลกงดงามไปด้วยความหลายหลาก เกิดได้จากการแบ่งปัน

เพียงหนึ่งรอยยิ้ม คือ หยดน้ำใสไหลลงธาร ดับร้อนกลางทะเลทรายได้

เพียงหนึ่งความต่าง คือ ความงามยามแบ่งปัน ใยต้องแบ่งเขาแบ่งเรา ….